บิวตี้อัปเดท & ทริค
บิวตี้อัปเดต & ทริค
ทำไมต้องง้อแป้ง? เจาะลึก Make Me Matte คุชชั่นซองเซเว่น
เคยสงสัยไหมว่า... ทำไมเวลาเราดูบิวตี้บล็อกเกอร์รีวิวคุชชัน บางคนตบปุ๊บก็จบงานได้เลย แต่พอเราทำตามบ้าง หน้ากลับเหนียวหนึบจนผมติดแก้ม? นั่นเป็นเพราะคุชชันส่วนใหญ่ในตลาดเน้นงาน "ฉ่ำวาว" (Dewy) จนเกินไปค่ะ แต่สำหรับ KMA Make Me Matte Cushion 02 คุชชั่นซองเซเว่น ตัวนี้ เขามีคำตอบที่ชัดเจนว่า "ทำไมถึงไม่ต้องเซตแป้ง?" และนี่คือเหตุผลเบื้องหลังความเนียนกริบที่สายรีบต้องรู้! 1. นวัตกรรม Powdery Matte เปลี่ยนเนื้อน้ำเป็นเนื้อแป้งในวินาที นี่คือ "หัวใจหลัก" เลยค่ะ คุชชันตัวนี้ไม่ได้แค่แมทท์ธรรมดา แต่เขามีเทคโนโลยีที่เรียกว่า Powdery Matte เมื่อคุณใช้พัฟกดซับเนื้อคุชชันลงบนผิว เนื้อสัมผัสที่เป็นของเหลวจะค่อยๆ ระเหยและเซตตัวเป็นชั้นฟิล์มแป้งบางเบาเคลือบผิวไว้ทันที สัมผัสที่ได้จะแห้งสบายผิว ไม่มีความเหนอะหนะหลงเหลืออยู่เลย เหมือนเราทาคุชชันและตบแป้งตามไปในขั้นตอนเดียว 2. 3D Perfect Powder Blur ตัวช่วยล็อคผิวให้สมูท เหตุผลที่เรามักจะเซตแป้งทับ เพราะเราต้องการ "เบลอรูขุมขน" และ "ลดความมัน" ใช่ไหมคะ? แต่ใน KMA Cushion 02 เขามีส่วนผสมของผงแป้ง 3 ชนิดที่ทำงานประสานกัน ช่วยกระจายแสงและเติมเต็มร่องผิวให้ดูฟุ้ง (Blur Effect) ผิวจะดูนวลเหมือนใส่ฟิลเตอร์ 4K โดยที่ไม่ต้องพึ่งแป้งฝุ่นมาช่วยเบลอเพิ่มเลย 3. คุมมันนาน 12 ชม. ด้วย Silk-Shield Powder หลายคนกลัวว่าไม่ลงแป้งแล้วหน้าจะเยิ้มระหว่างวัน แต่คุชชันซองนี้ใส่ Silk-Shield Powder มาเพื่อทำหน้าที่ดูดซับความมันส่วนเกินโดยเฉพาะค่ะ มันจะคอยดักจับน้ำมันที่ผิวผลิตออกมา ทำให้หน้าดูซอฟต์แมทท์ตลอดวัน ไม่หยือ ไ แม้จะออกไปทำคอนเทนต์กลางแดดเปรี้ยง ๆ ก็ตาม 4. บำรุงลึกด้วยไฮยา 8 โมเลกุล แต่ผิวไม่เยิ้ม ความเจ๋งคือ ถึงมันจะแมทท์แต่มันไม่แห้งค่ะ เพราะมี SUPER HYA SHIELD ช่วยเติมน้ำให้ผิวจากข้างใน เมื่อผิวชุ่มชื้นพอดี ผิวก็จะไม่ผลิตน้ำมันออกมามากเกินไป ทำให้เมคอัพเกาะผิวได้แน่นโดยไม่ต้องใช้แป้งมาช่วยยึดไว้อีกแรง สรุป: ใครที่ควรโยนแป้งทิ้งแล้วมาซบ KMA? สายออฟฟิศ (Working Woman) คนที่ต้องการความสวยตั้งแต่เช้าจดค่ำ ประชุมเช้า ต่อมื้อเย็น หน้าต้องไม่ดรอป สาย Outdoor / นักกิจกรรม คนที่ชอบออกไปเที่ยวข้างนอก เดินห้าง คาเฟ่ฮอปปิ้ง หรือทำกิจกรรมกลางแจ้งที่ต้องสู้กับเหงื่อ สายเร่งรีบ แต่งหน้าบนรถหรือในออฟฟิศ ตบ ๆ จบในซองเดียว ไม่ต้องพกแปรง พกตลับแป้งให้วุ่นวาย สายงบประหยัด จ่ายแค่ 59 บาท ที่ 7-11 ได้ทั้งคุชชัน แป้ง และกันแดด SPF 50 PA+++ ในซองเดียว! บอกเลยว่าถ้าได้ลอง KMA Make Me Matte Cushion 02 แล้ว คุณจะลืมภาพจำคุชชันเหนียว ๆ ไปได้เลย
รีวิวแป้ง KMA เลือกสูตรไหนดี? Perfect Smooth vs Cover Gripe
สำหรับสาวๆที่กำลังตัดสินใจเลือกซื้อเมคอัพงานผิว แป้งผสมรองพื้น KMA รุ่นไหนดี ที่จะช่วยเนรมิตผิวให้เนียนสวยตลอดวัน วันนี้เราจัดทำ รีวิวแป้ง KMA Perfect Smooth Powder vs Cover Gripe Powder มาให้ชมกันแบบชัดๆ ไม่ว่าสาวๆจะต้องการ แป้งพัฟคุมมัน ปกปิดรอยสิว ฝ้ากระ หรืออยากได้ แป้งผสมรองพื้น งานผิวเนียนใส ไม่หนา บทความนี้มีคำตอบว่า แป้งผสมรองพื้น KMA ตลับไหน เหมาะกับเรา KMA Perfect Smooth Powder (ไอเทมกู้ผิว ปิดแน่นสนิทแม้มีรอยกวนใจ) ถ้าโจทย์ของคุณคือ แป้งผสมรองพื้น KMA ตลับไหนปกปิดดีที่สุด เพื่อจัดการรอยสิวและฝ้ากระ รุ่นนี้คือคำตอบครับ หน้าหมอง รูขุมขนกว้าง มีรอยดำแดงจากสิวเยอะ ทาแป้งแล้วหลุดง่าย ปกปิดขั้นสุด (Full Coverage) ปิดมิดทุกรอยดำฝ้ากระ หน้าเนียนกริบเหมือนใส่ฟิลเตอร์ สีไม่ดรอป คุมมันดีเยี่ยม คนที่มีปัญหารอยสิวเยอะ หรือกังวลเรื่องรูขุมขนกว้าง ต้องการความเป๊ะ งานสำคัญที่ต้องสวยเป๊ะนานๆ งานรับปริญญา ออกแดด หรือวันที่หน้าโทรมต้องการการปกปิดสูง มี SPF 15 PA++ ช่วยสะท้อนแสงแดดเบื้องต้น มั่นใจได้ว่าผิวจะไม่ถูกทำร้ายระหว่างวัน มี 4 เฉดสี เข้ากับผิวคนไทย KMA Cover Gripe Powder SPF 25 PA+++ (เนียนใส สบายผิว ตลอดวัน) สำหรับคนที่ชอบงานผิวธรรมชาติ มองหา แป้งผสมรองพื้น งานผิวเนียนใส ไม่หนา ต้องรุ่นตลับนี้เลยครับ ผิวมันเยิ้มระหว่างวัน สีผิวไม่สม่ำเสมอ แต่อยากแต่งหน้าให้ดูไม่หนาจนเกินไป ปกปิดปานกลาง (Medium Coverage) เน้นความกระจายแสงให้หน้าดูสว่างใส อำพรางริ้วรอยด้วยแป้งเนื้อละเอียด 5 ไมครอน คุมมันดี สบายผิว คนผิวผสมถึงผิวมันที่ไม่มีรอยสิวเยอะ แต่อยากให้ผิวดูเรียบเนียน ผ่องใส Everyday Look แต่งไปเรียน ไปทำงาน หรือวันสบายๆ ที่ต้องการลุคธรรมชาติและกันแดดได้ดี ปกป้องผิวขั้นกว่าด้วย SPF 25 PA+++ ตัวช่วยสำคัญที่ช่วยสู้แสงแดดเมืองไทย ป้องกันผิวหมองคล้ำและริ้วรอยก่อนวัย ทาตัวเดียวจบทั้งงานผิวและกันแดด มี 3 เฉดสี เข้ากับผิวคนไทย ตารางเปรียบเทียบแป้งผสมรองพื้น KMA ตลับไหนที่ใช่ หัวข้อเปรียบเทียบ Perfect Smooth Powder Cover Gripe Powder ระดับการปกปิด ขั้นสุด (Full Coverage) ปานกลาง (Medium Coverage) ผลลัพธ์บนผิว แมตต์ เนียนกริบ ปิดแน่นสนิท แมตต์ใส กระจายแสงดูเป็นธรรมชาติ การปกป้องจากแสงแดด SPF 15 PA++ SPF 25 PA+++ (กันแดดสูงกว่า) ปัญหาผิวที่ตอบโจทย์ รอยสิวเยอะ ฝ้า กระ รูขุมขนกว้าง ผิวมันเยิ้ม สีผิวไม่สม่ำเสมอ ความโดดเด่น สีแป้งไม่ดรอป หน้าไม่หมอง เนื้อบางเบา 5 ไมครอน สบายผิว สถานการณ์ที่แนะนำ งานสำคัญที่ต้องสวยเป๊ะนานๆ วันสบายๆ Everyday Look สรุปทิ้งท้ายให้เลือกง่ายขึ้น เลือก Perfect Smooth หากคุณเน้น แป้งคุมมัน ปกปิดรอยสิว ฝ้ากระ แบบปิดมิดทุกจุด เลือก Cover Gripe หากคุณต้องการ งานผิวเนียนใส ไม่หนา ที่เบาสบายผิว คุมมันได้ดี และป้องกันแสงแดดได้ดี ไม่ว่าคุณจะเลือกสูตรไหน แป้งผสมรองพื้นจาก KMA ก็ถูกออกแบบมาเพื่อผิวคนไทยโดยเฉพาะ มั่นใจได้เลยว่าใช้แล้วหน้าไม่เทา และติดทนตลอดวันแน่นอนครับ
รีวิวแป้งผสมรองพื้น ปกปิดเนียนกริบ KMA Perfect Smooth Powder
การเลือกใช้ แป้งผสมรองพื้น ปกปิด ที่มีคุณภาพจะช่วยให้การแต่งหน้าในวันรีบเร่งของคุณง่ายขึ้นอย่างมาก KMA Perfect Smooth Powder SPF15 PA+++ ถูกออกแบบมาเพื่อจัดการกับปัญหารอยดำ รอยแดง และสีผิวที่ไม่สม่ำเสมอ ให้กลับมาดูเรียบเนียนละเอียดอย่างเป็นธรรมชาติ ด้วยนวัตกรรมเนื้อแป้งที่นุ่มลื่นและยึดเกาะผิวได้ดีเยี่ยม นอกจากประสิทธิภาพในการอำพรางจุดบกพร่องแล้ว แป้งรุ่นนี้ยังช่วยควบคุมความมันส่วนเกินได้ยาวนานถึง 12 ชั่วโมง โดยไม่ทำให้หน้าดูหนาหรือเป็นคราบระหว่างวัน เหมาะสำหรับใครที่ต้องการงานผิวที่ดูเป๊ะสมบูรณ์แบบแต่ยังคงความเบาสบายผิว การเลือกเฉดสีที่เข้ากับ Undertone จะยิ่งช่วยขับผิวให้ดูผ่องใสและมั่นใจได้ตลอดทั้งวันค่ะ กู้ผิวสวยด่วน! ทำไมต้องเลือกแป้งผสมรองพื้น KMA Perfect Smooth Powder? ถ้าคุณกำลังมองหาตัวช่วยแบบ All-in-one ที่ทำให้ผิวดูเนียนใส นี่คือเหตุผลที่แป้งรุ่นนี้กลายเป็นไอเทมลูกรักของใครหลายคนค่ะ ปกปิดเนียนกริบ จบทุกปัญหาผิวในตลับเดียว ด้วยอนุภาคแป้งที่พัฒนามาให้มีความละเอียดเป็นพิเศษ ทำให้เนื้อแป้งเนียนไปกับผิวและให้การปกปิดที่สมบูรณ์แบบจนคุณลืมคอนซีลเลอร์ไปได้เลย ไม่ต้องเสียเวลาเกลี่ยหลายขั้นตอน ไม่ว่าจะเป็นรอยสิว จุดด่างดำ รอยแดง หรือแม้แต่รูขุมขนกว้าง แป้งตัวนี้ก็กลบได้มิดแบบดูเป็นธรรมชาติที่สุด ผิวจะดูเรียบเนียนแต่ไม่ดูหนาเป็นเค้ก และไม่เป็นคราบระหว่างวัน ช่วยให้คุณมั่นใจได้ในทุกสภาพแสง เบาสบายผิวพร้อมคุมมันตลอดวัน KMA เข้าใจว่าการปกปิดที่ดีต้องมาพร้อมความรู้สึกสบายผิวด้วย เราจึงออกแบบเนื้อแป้งให้มีความบางเบาและไม่ก่อให้เกิดการอุดตัน สามารถพกพาสะดวกไว้เติมระหว่างวันได้โดยไม่รู้สึกหนักหน้า มีสูตรพิเศษที่ช่วยดูดซับความมันส่วนเกิน กันน้ำและกันเหงื่อได้ดีเยี่ยม เหมาะกับสภาพอากาศบ้านเราสุดๆ ต่อให้ต้องทำกิจกรรมกลางแจ้งหรือออกกำลังกายจนเหงื่อออก ผิวก็ยังดูเป๊ะ ไม่ไหลเยิ้ม และไม่หมองคล้ำ มั่นใจได้ว่าผิวสวยติดทนตลอดวันแน่นอน มากกว่าแค่ความสวย! KMA ใส่ใจดูแลผิวด้วยส่วนผสมบำรุง KMA ไม่ได้หยุดแค่เรื่องความสวยค่ะ แต่เรายังใส่ใจเรื่องสุขภาพผิวไปพร้อมๆ กันด้วย เกราะป้องกันผิวสวยด้วย SPF15 PA+++ เราไม่ละเลยการปกป้องผิวจากแสงแดด ซึ่งเป็นตัวการทำร้ายผิวและทำให้เกิดริ้วรอยก่อนวัย แป้งตัวนี้มาพร้อมค่า SPF15 PA+++ ที่ช่วยปกป้องผิวจากรังสี UV ได้อย่างมั่นใจ หมดกังวลเรื่องผิวคล้ำเสียสะสมระหว่างวัน สูตรอ่อนโยน มั่นใจได้แม้ผิวแพ้ง่าย เราพิถีพิถันในการคัดสรรส่วนผสม เพื่อให้คนที่มีผิวบอบบางหรือผิวที่เป็นสิวง่ายสามารถใช้แป้งผสมรองพื้นตัวนี้ได้อย่างสบายใจ เพราะการแต่งหน้าไม่ควรต้องมาพร้อมความกังวลเรื่องการระคายเคืองค่ะ เคล็ดลับผิวสวยเนียนแบบมือโปรใน 3 ขั้นตอนง่ายๆ การมีผิวที่ดูเพอร์เฟกต์เหมือนมีช่างแต่งหน้ามาทำให้ที่บ้านนั้นง่ายมาก แค่ทำตามนี้: ขั้นตอนที่ 1: เตรียมผิวด้วยสกินแคร์หรือมอยส์เจอร์ไรเซอร์ที่คุณใช้เป็นประจำ ขั้นตอนที่ 2: ใช้พัฟแตะแป้ง KMA Perfect Smooth Powder เบาๆ แล้วใช้วิธีกดซับลงบนผิวเน้นบริเวณที่ต้องการการปกปิดเป็นพิเศษ (แนะนำว่าอย่าปาดนะคะ เพื่อป้องกันการเกิดคราบ) ขั้นตอนที่ 3: ยิ้มให้กระจกอย่างมั่นใจ! ผิวคุณจะสวยเป๊ะพร้อมลุยทุกสถานการณ์ตั้งแต่เช้าจรดเย็น เลิกง้อคอนซีลเลอร์แล้วให้ KMA Perfect Smooth Powder เป็นฮีโร่ช่วยกู้ผิวคุณตั้งแต่วันนี้ เพื่อผิวสวยเนียนกริบแบบไม่ต้องกังวลเรื่องการปกปิดอีกต่อไป สามารถคลิกเลือกเฉดสีที่ใช่และสั่งซื้อได้เลยค่ะ
คุชชั่นกับรองพื้นต่างกันยังไง? เลือกแบบไหนให้เป๊ะกับผิว
สวัสดีค่ะสาวๆ มือใหม่ที่กำลังก้าวเข้าสู่วงการบิวตี้ทุกคน เชื่อเลยว่าคำถามแรกๆ ที่ทุกคนต้องเจอคือ "คุชชั่นกับรองพื้นต่างกันยังไง" สองไอเทมนี้ถือเป็นหัวใจหลักของการแต่งหน้าเลยนะคะ เพราะช่วยเนรมิตผิวให้ดูสวยเรียบเนียนเหมือนกัน แต่ขอบอกเลยว่าเขามีคาแรคเตอร์และวิธีใช้ที่ต่างกันโดยสิ้นเชิง ถ้าเราเลือกงานผิวผิดตั้งแต่เริ่ม อาจจะทำให้หน้าดูหนาเกินไป แต่งยาก หรือเมคอัพไหลเยิ้มระหว่างวันได้ วันนี้ในฐานะที่คลุกคลีกับวงการเครื่องสำอางมานาน จะขอพาทุกคนไปเจาะลึกกันค่ะว่าแบบไหนที่ใช่สำหรับสไตล์และผิวของคุณที่สุด งานผิว สำคัญกว่าที่คุณคิด ก่อนจะไปเลือกว่าจะใช้คุชชั่นหรือรองพื้น เรามาดูกันก่อนว่าเจ้า "เบสเมคอัพ" พวกนี้มีหน้าที่อะไรบ้าง: ปรับสีผิวให้สม่ำเสมอ: ช่วยให้ผิวดูเนียนเท่ากันทั้งใบหน้า ลดรอยแดงรอยดำ การปกปิด: ช่วยพรางจุดบกพร่องอย่างรอยสิว ฝ้า กระ ให้ดูจางลง เตรียมผิวให้เรียบเนียน: เป็นการปูพื้นฐานให้การแต่งหน้าขั้นตอนต่อไปง่ายขึ้น ถ้าเราเลือกงานผิวที่ดีและเหมาะกับตัวเอง การแต่งหน้าให้ติดทนนานก็ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไปค่ะ คุชชั่น ทางเลือกของความไวและงานผิวใสสไตล์เกาหลี คุชชั่นคือเพื่อนแท้ของสาวๆ ที่ชอบความสะดวกและรวดเร็วเลยค่ะ ตัวผลิตภัณฑ์จะเป็นรองพื้นเนื้อลิควิดที่อยู่ในฟองน้ำในตลับพกพา วิธีใช้ก็แค่ใช้พัฟกดๆ แทบๆ ลงบนผิวก็เสร็จแล้ว ข้อดีของคุชชั่นที่มือใหม่จะรัก ใช้ง่าย ไม่ยุ่งยาก: ไม่ต้องใช้แปรงหรือเทคนิคการเกลี่ยที่ซับซ้อน แค่ตบๆ ด้วยพัฟก็ได้ผิวที่เนียนสม่ำเสมอแล้ว ได้งานผิวที่เป็นธรรมชาติ: คุชชั่นส่วนใหญ่ให้ฟินิชแบบ Dewy หรือ Glass Skin ดูผิวสุขภาพดี อิ่มน้ำ ไม่หนักหน้า เหมาะกับการพกพา: ตลับเล็ก พกง่าย จะหยิบขึ้นมาเติมระหว่างวันตอนไหนก็ได้ ไม่เป็นคราบ ข้อควรระวัง การปกปิด: ส่วนใหญ่จะเน้นการปกปิดระดับบางเบาถึงปานกลาง ถ้ามีรอยสิวเยอะอาจจะต้องใช้คอนซีลเลอร์ช่วย ความติดทน: อาจจะสู้รองพื้นสูตรเฉพาะไม่ได้ ถ้าเจอเหงื่อหนักๆ หรือหน้ามันมากๆ อาจจะเยิ้มได้ง่าย ดังนั้นถ้าใครผิวมันต้องเลือกสูตรที่คุมมันเป็นพิเศษหน่อยนะคะ รองพื้น ตัวแม่เรื่องความเป๊ะและการติดทนตลอดวัน รองพื้นคือ "ตัวจริง" ของวงการงานผิวเลยค่ะ เพราะมีสูตรให้เลือกเยอะมากกก ทำให้เราเลือกได้ตรงกับความต้องการของผิวและโอกาสที่จะไปมากที่สุด ข้อดีของรองพื้นทีสายเป๊ะต้องเลือก พลังการปกปิดขั้นสุด มีให้เลือกตั้งแต่ปกปิดปานกลางไปจนถึงขั้นสุด (Full Coverage) เหมาะสำหรับวันที่ต้องการความเป๊ะหรือต้องถ่ายรูปสวยๆ ติดทนยาวนาน มีสูตรเฉพาะทางเยอะมาก เช่น รองพื้นกันน้ำ หรือรองพื้นคุมมัน ซึ่งจะล็อคเมคอัพให้สวยเป๊ะ 8-12 ชั่วโมงโดยไม่ไหลเยิ้ม แม้อากาศจะร้อนแค่ไหน เลือกฟินิชได้หลากหลาย จะเอาหน้าแมตต์สนิท ผิวซาติน หรือผิวโกลว์ รองพื้นมีตอบโจทย์ทุกความต้องการค่ะ ข้อควรระวังสำหรับมือใหม่ ต้องมีอุปกรณ์เสริม: การทารองพื้นให้สวยมักจะต้องใช้แปรงหรือฟองน้ำ และต้องมีเทคนิคการเกลี่ยสักหน่อย อาจจะดูหนา: ถ้ามือหนักเกินไปหรือเกลี่ยไม่ดี อาจจะทำให้ผิวดูหนาและไม่เป็นธรรมชาติได้ Guide สำหรับมือใหม่: เลือกยังไงไม่ให้พลาด? มาดูวิธีเช็กง่ายๆ ค่ะว่าไลฟ์สไตล์และผิวแบบเรา ควรไปทางไหนดี 1. เลือกจากสภาพผิว ผิวแห้ง / ผิวธรรมดา แนะนำเป็นคุชชั่น หรือรองพื้นสูตรที่มีมอยส์เจอร์ไรเซอร์ เพราะผิวต้องการความฉ่ำวาวเป็นพิเศษ ผิวมัน / ผิวผสม แนะนำรองพื้นสูตรคุมมัน หรือคุชชั่นเนื้อซอฟต์แมตต์ เพราะความมันคือศัตรูของความติดทนค่ะ 2. เลือกจากไลฟ์สไตล์ เน้นความเร็วในวันธรรมดา คุชชั่นคือคำตอบค่ะ ตบๆ ปุ๊บ สวยปั๊บ ประหยัดเวลาไปได้เยอะ สายลุย กิจกรรมแน่น ให้เลือกรองพื้นกันน้ำ (Waterproof Foundation) เพราะความทนทานสำคัญที่สุด จะได้ไม่ต้องกังวลเรื่องเมคอัพหลุดระหว่างวัน 3. เลือกจากงบประมาณ คุชชั่นมักจะมาในรูปแบบตลับพร้อมพัฟ จ่ายทีเดียวจบ สะดวกและราคาน่ารัก รองพื้นมักจะมีราคาสูงกว่าหน่อยแต่ใช้ได้นานกว่ามาก เพราะแต่ละครั้งใช้ปริมาณแค่นิดเดียวก็ทั่วหน้าแล้วค่ะ สรุปรีวิว: ไอเทมแนะนำจาก KMA Cosmetics ไม่ว่าคุณจะเลือกสายไหน KMA Cosmetics เขาก็มีโปรดักส์ที่ตอบโจทย์ทั้งความไวและความเป๊ะมาให้เลือกค่ะ ถ้าชอบงานผิวฉ่ำโกลว์และเน้นความง่าย: ต้องลอง KMA Dreamy Glow Cushion ตัวนี้ให้ฟินิชผิวโกลว์สวยเป็นธรรมชาติ พกพาง่าย แถมเติมความชุ่มชื้นให้ผิวด้วย เหมาะมากสำหรับมือใหม่ที่อยากได้งานผิวใสๆ เบาสบาย ถ้าชอบความเป๊ะ ติดทน และสายลุย: KMA Water Resist Liquid Foundation คือคำตอบค่ะ รองพื้นตัวนี้กันน้ำ กันเหงื่อ คุมมันได้แบบกริบมาก จะไปทำกิจกรรมหนักแค่ไหนหน้าก็ไม่หลุด เหมาะสำหรับวันที่ต้องการผิวเนียนเป๊ะตลอดวัน ไม่ต้องกังวลนะคะว่าต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง เราอาจจะลงรองพื้นเพื่อความเป๊ะจากที่บ้าน แล้วพกคุชชั่นไว้เติมระหว่างวันเพื่อความสดชื่นก็ได้เหมือนกัน พร้อมจะไปหาเบสเมคอัพชิ้นแรกที่ใช่สำหรับตัวเองหรือยังคะ? ลองเข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมของ KMA Dreamy Glow Cushion และ Water Resist Foundation ได้เลย รับรองว่าผิวสวยสั่งได้แน่นอนค่ะ
รีวิวรองพื้นกันน้ำ KMA Water Resist ปกปิดกริบ คุมมันนาน
ใครที่เป็นสายเอ็กซ์ตรีม ชอบทำกิจกรรมลุยๆ บ้างคะ? ไม่ว่าจะเป็นทริปไปดำน้ำ ปาร์ตี้ริมสระ หรือไปปีนเขาท้าแดดท้าฝน ปัญหาใหญ่ที่ตามหลอกหลอนสาวๆ ตลอดเลยก็คือ "รองพื้นละลาย" "หน้าเป็นคราบ" และ "เมคอัพหายไปกับเหงื่อ" นั่นเองค่ะ ถึงเวลาต้องโบกมือลาความกังวลพวกนั้นแล้วค่ะ เพราะวันนี้เราจะมาเผยไอเทมลับที่เกิดมาเพื่อผู้หญิงสายลุยที่ต้องสู้กับแดดและเหงื่อในเมืองไทยโดยเฉพาะ นั่นก็คือรองพื้นจาก KMA สูตรพิเศษที่เราขอยกให้เป็นแชมป์เปี้ยนด้านรองพื้นกันน้ำที่แท้จริง ไม่ว่ากิจกรรมจะโหดแค่ไหน หน้าคุณก็ยังเนียนกริบ ไม่ต้องเสียเวลาหยุดความสนุกมานั่งเติมหน้าบ่อยๆ เลยค่ะ ทำไมเมคอัพเราถึงพังเมื่อเจอเหงื่อ? (รู้สาเหตุจะได้แก้ถูกจุด!) ก่อนจะไปดูว่ารองพื้น KMA ตัวนี้เด็ดยังไง เรามาทำความเข้าใจกันแบบง่ายๆ ก่อนค่ะว่า ทำไมรองพื้นทั่วไปถึงเอาไม่อยู่เวลาเจอความชื้น ศึกของเหลวบนใบหน้า: ผิวของเราผลิตเหงื่อและน้ำมันออกมาตลอดเวลาค่ะ ซึ่งส่วนผสมหลักในรองพื้นทั่วไปมักจะ "เข้าไม่ได้" กับน้ำและน้ำมันพวกนี้ พอผิวเริ่มเปียก รองพื้นก็จะแตกตัวและหลุดลอกออกได้ง่าย จนกลายเป็นคราบหรือรอยด่างบนหน้านั่นเอง รองพื้นสำหรับคนเหงื่อเยอะต้องมีเกราะ: ปัญหาหลักคือรองพื้นปกติขาดเลเยอร์ที่ช่วยบล็อกความชื้นค่ะ พอเจออากาศร้อนจนเหงื่อซึม รองพื้นจะยอมแพ้ทันที ทำให้ผิวดูไม่สม่ำเสมอ ไม่เป๊ะเหมือนตอนทาเสร็จใหม่ๆ ตัวจริงเรื่องความอึด! ทำความรู้จักสุดยอดรองพื้นกันน้ำ KMA Water Resist Liquid Foundation นี่คือคำตอบสุดท้ายของปัญหาหน้าหยาระหว่างวันค่ะกับ KMA Water Resist Liquid Foundation รองพื้นตัวนี้เป็นมากกว่าเมคอัพนะคะ แต่มันคือเกราะป้องกันผิวที่ผู้หญิงสายกิจกรรมทุกคนต้องมีติดโต๊ะเครื่องแป้งไว้เลย จุดเด่นที่ทำให้รองพื้น KMA ตัวนี้แตกต่างจนน่าลองคือ สูตรกันน้ำและกันเหงื่อขั้นสุด: นี่คือจุดแข็งเลยค่ะ ด้วยเทคโนโลยีเฉพาะที่สร้างชั้นฟิล์มที่มีความยืดหยุ่นสูงคอยยึดเกาะผิวไว้แน่น รองพื้นตัวนี้เลยติดทนมากแม้จะไปเที่ยวทะเลหรือว่ายน้ำ เพราะฟิล์มตัวนี้จะช่วยป้องกันไม่ให้น้ำหรือน้ำมันมาทำให้เม็ดสีรองพื้นแตกตัว คุณสามารถกระโดดน้ำหรือออกกำลังกายจนเหงื่อท่วมได้อย่างมั่นใจเลยค่ะ คุมมันยาวนาน 12 ชั่วโมง: สูตรนี้คุมมันได้เริ่ดมาก ช่วยให้ผิวดูแมตต์สวยตลอดวัน และที่สำคัญคือ "สีไม่ดรอป" ไม่ต้องกลัวว่าบ่ายๆ หน้าจะหมองเหมือนโดนของนะคะ ปกปิดเนียนกริบแต่ยังดูเป็นธรรมชาติ: เนื้อลิควิดของเขาบางเบาแต่สามารถบิ้วด์การปกปิดรอยสิวและจุดด่างดำได้ดีเยี่ยม ให้งานผิวที่สวยสมบูรณ์แบบโดยไม่รู้สึกหนักหน้าเลย ปกป้องผิวจากแสงแดด: ใส่ SPF 30 มาให้ด้วย ช่วยปกป้องผิวจากรังสี UV ไปในตัวอีกชั้นค่ะ สูตรลับที่ทำให้รองพื้นไม่เป็นคราบและไม่ตกร่อง กุญแจสำคัญคือเนื้อสัมผัสของรองพื้นกันน้ำ KMA ตัวนี้ถูกพัฒนามาให้เกลี่ยง่าย สบายผิว และเข้ากับอันเดอร์โทนผิวคนเอเชียได้เป๊ะสุดๆ ทำให้ทาออกมาแล้วดูเป็นผิวจริงๆ ไม่วอก ไม่ลอย และไม่จับตัวเป็นก้อนแม้จะโดนน้ำหรือเหงื่อค่ะ ทริคเด็ดใช้รองพื้น KMA ให้ติดทนคูณสอง (สูตรลับฉบับเมคอัพอาติส) ถึงแม้รองพื้น KMA ตัวนี้จะอึดอยู่แล้ว แต่ถ้าใครอยากได้ความเป๊ะระดับคูณสองสำหรับทริปสำคัญ ลองใช้เทคนิคนี้ดูนะคะ เตรียมผิวเพื่อคุมมัน: ก่อนลงรองพื้น ให้ใช้ไพร์มเมอร์สูตรคุมมันหรือช่วยเบลอรูกุมขนก่อน เพื่อจัดการน้ำมันส่วนเกินตั้งแต่เริ่มต้นค่ะ ใช้วิธี "กด" ห้าม "ลาก": แนะนำให้ใช้ฟองน้ำหรือแปรงค่อยๆ "กด" รองพื้นลงบนผิวให้ทั่วใบหน้าค่ะ การกดจะช่วยให้รองพื้นยึดเกาะผิวได้แน่นกว่าการปาดหรือลากไปมา ล็อคด้วยแป้งและสเปรย์: หลังจากลงรองพื้นเสร็จ ให้ใช้แป้งฝุ่นโปร่งแสงเซตเฉพาะจุดที่ผิวมันง่าย จากนั้นฉีดเซตติ้งสเปรย์ทับเพื่อสร้างฟิล์มกันความชื้นอีกชั้นค่ะ สรุปส่งท้ายจากใจนักรีวิว ถ้าคุณกำลังมองหารองพื้นที่ติดทนนาน กล้าท้าทุกสภาพอากาศและกิจกรรมเอ็กซ์ตรีม KMA Water Resist Liquid Foundation คือคำตอบที่ใช่เลยค่ะ ตัวนี้รวมเอาทั้งการปกปิด การคุมมัน และสูตรกันน้ำขั้นเทพไว้ในขวดเดียว บอกลาเมคอัพละลายหรือหน้าหมองไประหว่างวันได้เลย พร้อมออกไปสนุกกับทุกช่วงเวลาได้อย่างมั่นใจ พร้อมจะพิสูจน์ความอึดของรองพื้น KMA หรือยังคะ? รีบไปจัดมาเตรียมผิวให้เป๊ะสำหรับทริปหน้ากันได้เลยค่ะ! สนใจอยากให้รีวิวเปรียบเทียบกับตัวอื่น หรืออยากให้แนะนำวิธีการเลือกเฉดสีให้เข้ากับผิว สอบถามเพิ่มเติมได้เลยนะคะ!
วิธีใช้คอเรคเตอร์ 3 สีจาก KMA แก้รอยสิวและรอยคล้ำใต้ตา
Color corrector หรือ ครีมปรับสีผิว เป็นไอเทมที่หลายคนอาจจะมองข้าม แต่จริงๆ แล้วมันคือ "อาวุธลับ" ที่ช่วยให้การลงรองพื้นดูเรียบเนียนขึ้นมากค่ะ ไม่ว่าจะเป็นการปิดรอยดำ กลบรอยแดง หรือช่วยให้ผิวที่ดูหมองคล้ำกลับมาสว่างกระจ่างใสทันที ใครที่รู้สึกว่าแต่งหน้าแล้วสีผิวดูไม่สม่ำเสมอ Color corrector คือคำตอบที่คุณตามหาเลยค่ะ

