บิวตี้อัปเดต & ทริค
รีวิวรองพื้นกันน้ำ KMA Water Resist ปกปิดกริบ คุมมันนาน
ใครที่เป็นสายเอ็กซ์ตรีม ชอบทำกิจกรรมลุยๆ บ้างคะ? ไม่ว่าจะเป็นทริปไปดำน้ำ ปาร์ตี้ริมสระ หรือไปปีนเขาท้าแดดท้าฝน ปัญหาใหญ่ที่ตามหลอกหลอนสาวๆ ตลอดเลยก็คือ "รองพื้นละลาย" "หน้าเป็นคราบ" และ "เมคอัพหายไปกับเหงื่อ" นั่นเองค่ะ ถึงเวลาต้องโบกมือลาความกังวลพวกนั้นแล้วค่ะ เพราะวันนี้เราจะมาเผยไอเทมลับที่เกิดมาเพื่อผู้หญิงสายลุยที่ต้องสู้กับแดดและเหงื่อในเมืองไทยโดยเฉพาะ นั่นก็คือรองพื้นจาก KMA สูตรพิเศษที่เราขอยกให้เป็นแชมป์เปี้ยนด้านรองพื้นกันน้ำที่แท้จริง ไม่ว่ากิจกรรมจะโหดแค่ไหน หน้าคุณก็ยังเนียนกริบ ไม่ต้องเสียเวลาหยุดความสนุกมานั่งเติมหน้าบ่อยๆ เลยค่ะ ทำไมเมคอัพเราถึงพังเมื่อเจอเหงื่อ? (รู้สาเหตุจะได้แก้ถูกจุด!) ก่อนจะไปดูว่ารองพื้น KMA ตัวนี้เด็ดยังไง เรามาทำความเข้าใจกันแบบง่ายๆ ก่อนค่ะว่า ทำไมรองพื้นทั่วไปถึงเอาไม่อยู่เวลาเจอความชื้น ศึกของเหลวบนใบหน้า: ผิวของเราผลิตเหงื่อและน้ำมันออกมาตลอดเวลาค่ะ ซึ่งส่วนผสมหลักในรองพื้นทั่วไปมักจะ "เข้าไม่ได้" กับน้ำและน้ำมันพวกนี้ พอผิวเริ่มเปียก รองพื้นก็จะแตกตัวและหลุดลอกออกได้ง่าย จนกลายเป็นคราบหรือรอยด่างบนหน้านั่นเอง รองพื้นสำหรับคนเหงื่อเยอะต้องมีเกราะ: ปัญหาหลักคือรองพื้นปกติขาดเลเยอร์ที่ช่วยบล็อกความชื้นค่ะ พอเจออากาศร้อนจนเหงื่อซึม รองพื้นจะยอมแพ้ทันที ทำให้ผิวดูไม่สม่ำเสมอ ไม่เป๊ะเหมือนตอนทาเสร็จใหม่ๆ ตัวจริงเรื่องความอึด! ทำความรู้จักสุดยอดรองพื้นกันน้ำ KMA Water Resist Liquid Foundation นี่คือคำตอบสุดท้ายของปัญหาหน้าหยาระหว่างวันค่ะกับ KMA Water Resist Liquid Foundation รองพื้นตัวนี้เป็นมากกว่าเมคอัพนะคะ แต่มันคือเกราะป้องกันผิวที่ผู้หญิงสายกิจกรรมทุกคนต้องมีติดโต๊ะเครื่องแป้งไว้เลย จุดเด่นที่ทำให้รองพื้น KMA ตัวนี้แตกต่างจนน่าลองคือ สูตรกันน้ำและกันเหงื่อขั้นสุด: นี่คือจุดแข็งเลยค่ะ ด้วยเทคโนโลยีเฉพาะที่สร้างชั้นฟิล์มที่มีความยืดหยุ่นสูงคอยยึดเกาะผิวไว้แน่น รองพื้นตัวนี้เลยติดทนมากแม้จะไปเที่ยวทะเลหรือว่ายน้ำ เพราะฟิล์มตัวนี้จะช่วยป้องกันไม่ให้น้ำหรือน้ำมันมาทำให้เม็ดสีรองพื้นแตกตัว คุณสามารถกระโดดน้ำหรือออกกำลังกายจนเหงื่อท่วมได้อย่างมั่นใจเลยค่ะ คุมมันยาวนาน 12 ชั่วโมง: สูตรนี้คุมมันได้เริ่ดมาก ช่วยให้ผิวดูแมตต์สวยตลอดวัน และที่สำคัญคือ "สีไม่ดรอป" ไม่ต้องกลัวว่าบ่ายๆ หน้าจะหมองเหมือนโดนของนะคะ ปกปิดเนียนกริบแต่ยังดูเป็นธรรมชาติ: เนื้อลิควิดของเขาบางเบาแต่สามารถบิ้วด์การปกปิดรอยสิวและจุดด่างดำได้ดีเยี่ยม ให้งานผิวที่สวยสมบูรณ์แบบโดยไม่รู้สึกหนักหน้าเลย ปกป้องผิวจากแสงแดด: ใส่ SPF 30 มาให้ด้วย ช่วยปกป้องผิวจากรังสี UV ไปในตัวอีกชั้นค่ะ สูตรลับที่ทำให้รองพื้นไม่เป็นคราบและไม่ตกร่อง กุญแจสำคัญคือเนื้อสัมผัสของรองพื้นกันน้ำ KMA ตัวนี้ถูกพัฒนามาให้เกลี่ยง่าย สบายผิว และเข้ากับอันเดอร์โทนผิวคนเอเชียได้เป๊ะสุดๆ ทำให้ทาออกมาแล้วดูเป็นผิวจริงๆ ไม่วอก ไม่ลอย และไม่จับตัวเป็นก้อนแม้จะโดนน้ำหรือเหงื่อค่ะ ทริคเด็ดใช้รองพื้น KMA ให้ติดทนคูณสอง (สูตรลับฉบับเมคอัพอาติส) ถึงแม้รองพื้น KMA ตัวนี้จะอึดอยู่แล้ว แต่ถ้าใครอยากได้ความเป๊ะระดับคูณสองสำหรับทริปสำคัญ ลองใช้เทคนิคนี้ดูนะคะ เตรียมผิวเพื่อคุมมัน: ก่อนลงรองพื้น ให้ใช้ไพร์มเมอร์สูตรคุมมันหรือช่วยเบลอรูกุมขนก่อน เพื่อจัดการน้ำมันส่วนเกินตั้งแต่เริ่มต้นค่ะ ใช้วิธี "กด" ห้าม "ลาก": แนะนำให้ใช้ฟองน้ำหรือแปรงค่อยๆ "กด" รองพื้นลงบนผิวให้ทั่วใบหน้าค่ะ การกดจะช่วยให้รองพื้นยึดเกาะผิวได้แน่นกว่าการปาดหรือลากไปมา ล็อคด้วยแป้งและสเปรย์: หลังจากลงรองพื้นเสร็จ ให้ใช้แป้งฝุ่นโปร่งแสงเซตเฉพาะจุดที่ผิวมันง่าย จากนั้นฉีดเซตติ้งสเปรย์ทับเพื่อสร้างฟิล์มกันความชื้นอีกชั้นค่ะ สรุปส่งท้ายจากใจนักรีวิว ถ้าคุณกำลังมองหารองพื้นที่ติดทนนาน กล้าท้าทุกสภาพอากาศและกิจกรรมเอ็กซ์ตรีม KMA Water Resist Liquid Foundation คือคำตอบที่ใช่เลยค่ะ ตัวนี้รวมเอาทั้งการปกปิด การคุมมัน และสูตรกันน้ำขั้นเทพไว้ในขวดเดียว บอกลาเมคอัพละลายหรือหน้าหมองไประหว่างวันได้เลย พร้อมออกไปสนุกกับทุกช่วงเวลาได้อย่างมั่นใจ พร้อมจะพิสูจน์ความอึดของรองพื้น KMA หรือยังคะ? รีบไปจัดมาเตรียมผิวให้เป๊ะสำหรับทริปหน้ากันได้เลยค่ะ! สนใจอยากให้รีวิวเปรียบเทียบกับตัวอื่น หรืออยากให้แนะนำวิธีการเลือกเฉดสีให้เข้ากับผิว สอบถามเพิ่มเติมได้เลยนะคะ!
วิธีใช้คอเรคเตอร์ 3 สีจาก KMA แก้รอยสิวและรอยคล้ำใต้ตา
Color corrector หรือ ครีมปรับสีผิว เป็นไอเทมที่หลายคนอาจจะมองข้าม แต่จริงๆ แล้วมันคือ "อาวุธลับ" ที่ช่วยให้การลงรองพื้นดูเรียบเนียนขึ้นมากค่ะ ไม่ว่าจะเป็นการปิดรอยดำ กลบรอยแดง หรือช่วยให้ผิวที่ดูหมองคล้ำกลับมาสว่างกระจ่างใสทันที ใครที่รู้สึกว่าแต่งหน้าแล้วสีผิวดูไม่สม่ำเสมอ Color corrector คือคำตอบที่คุณตามหาเลยค่ะ
เทคนิคแต่งหน้าหน้าหนาว ผิวชุ่มชื้นดูฉ่ำน้ำ ไม่ตกร่อง
พออากาศเริ่มเย็นลงและลมหนาวเริ่มพัดมา ปัญหาผิวที่ตามมาติดๆ เลยก็คือ ผิวลอกเป็นขุย ทารองพื้นไม่ติด หน้าเป็นคราบ หรือเมคอัพหลุดระหว่างวัน ดังนั้น "การเลือกเครื่องสำอางให้เหมาะกับฤดูหนาว" จึงเป็นเคล็ดลับสำคัญที่หลายคนมองข้ามไปค่ะ วันนี้เราจะมาแชร์วิธีแต่งหน้าหน้าหนาวให้ติดทน ผิวดูอิ่มน้ำเนียนกริบ พร้อมแนะนำไอเทมที่ควรมีและสิ่งที่ต้องระวังเป็นพิเศษในช่วงอากาศแห้งแบบนี้ค่ะ ทำไมหน้าหนาวแต่งหน้าติดยากจัง? ในช่วงหน้าหนาว ผิวจะสูญเสียความชุ่มชื้นเร็วกว่าปกติ ทำให้เกิดปัญหาตามมาเพียบเลยค่ะ ผิวแห้งกร้าน ลอกเป็นขุย ทารองพื้นแล้วไม่เนียนไปกับผิว เมคอัพแตกแห้งหรือเป็นปื้น ปัดบลัชออนไม่ค่อยติด ผิวดูหมองคล้ำเพราะขาดน้ำ วิธีแก้ที่สำคัญที่สุดคือการ "เติมความชุ่มชื้นให้ผิวทุกครั้งก่อนแต่งหน้า" นั่นเองค่ะ 1. การเตรียมผิว: ขั้นตอนที่สำคัญที่สุดของหน้าหนาว เปลี่ยนจากสกินแคร์เนื้อเจลมาเป็นเนื้อครีม: สกินแคร์เนื้อเจลมักจะระเหยไปกับอากาศที่เย็นและแห้งได้ไวเกินไปค่ะ ในช่วงนี้ควรเปลี่ยนมาใช้ ครีมบำรุงที่เน้นความชุ่มชื้น (Hydrating Cream) มอยส์เจอไรเซอร์ที่ช่วยล็อคเก็บกักน้ำในผิว เซรั่มที่มีส่วนผสมของไฮยาลูรอนเข้มข้น อย่าลืม "ไพร์เมอร์สูตรบำรุง": ไพร์เมอร์สำหรับหน้าหนาวควรมีคุณสมบัติที่ช่วยเติมน้ำให้ผิว ช่วยให้รองพื้นเกาะผิวได้ดีขึ้น และช่วยปรับผิวให้เรียบเนียนก่อนลงเมคอัพค่ะ 2. หน้าหนาวควรเลือก "รองพื้น" แบบไหน? เน้นรองพื้นสูตร Hydrating หรือ Dewy ที่ให้งานผิวฉ่ำวาว และมีส่วนผสมของสารบำรุง เช่น Hyaluronic Acid Squalane Vitamin E ทริคเด็ด: หากผิวแห้งมาก ให้ฉีดสเปรย์น้ำแร่หรือ Setting Spray ลงบนฟองน้ำที่หมาดๆ ก่อนนำไปเกลี่ยรองพื้น จะช่วยให้รองพื้นเนียนไปกับผิว ไม่เป็นคราบ และเพิ่มความชุ่มชื้นได้อีกระดับค่ะ 3. งานแก้มและไฮไลท์ แนะนำให้เลือกใช้ Cream Blush หรือ Liquid Blush รวมถึงไฮไลท์เนื้อครีมด้วยค่ะ เพราะจะติดทนบนผิวที่แห้งได้ดีกว่าแบบฝุ่น แถมยังให้ลุคแก้มใสดูมีเลือดฝาดแบบธรรมชาติ ผิวจะดูโกลว์สุขภาพดีสุดๆ 4. งานลิปสติก จุดที่พังง่ายที่สุดในหน้าหนาว ต้องเติมความชุ่มชื้นให้ริมฝีปากก่อนลงลิปสติกเสมอ และเน้นลิปสูตรที่มีมอยส์เจอไรเซอร์ จะช่วยให้ทาลิปง่ายขึ้น ไม่ตกร่อง แนะนำให้เน้นใช้พวก Lip Balm หรือ Tinted Lip Balm ในช่วงฤดูกาลนี้ค่ะ 5. ข้อควรระวังในการลงแป้งและเซตเมคอัพ ลงแป้งฝุ่นให้บางที่สุด: หลีกเลี่ยงการลงแป้งหนาๆ เพราะอากาศที่แห้งเมื่อเจอแป้งเยอะๆ จะทำให้รองพื้นดูแห้งแตกทันที ควรใช้แค่แป้งฝุ่นโปร่งแสงบางๆ ก็พอค่ะ ใช้ Hydrating Setting Spray: สเปรย์ล็อคเมคอัพสูตรเติมความชุ่มชื้นจะช่วยให้เครื่องสำอางติดทน และทำให้ลุคโดยรวมดูนวลเนียนไปกับผิวมากขึ้น สรุปไอเทมแนะนำเพื่อลุคสวยเป๊ะหน้าหนาว เตรียมผิวให้ชุ่มชื้น: แนะนำ KMA Ever Bright Super Serum, KMA Soothing Facial Lock Mist และกันแดดเนื้อน้ำนม KMA Sun Skin High Protection Milk SPF 50+ PA++++ รองพื้นสูตรเติมน้ำ: แนะนำ KMA SHEER SOFT SKIN, Dreamy Glow Cushion SPF50+ PA+++ หรือ KMA Nourishes Foundation งานแก้มเนื้อครีม/ลิควิด: แนะนำ KMA Lit Glit Liquid Blush หรือ KMA Blush Bomb เซตผิวบางเบา: แนะนำ KMA Transparent Loose Powder คู่กับสเปรย์น้ำแร่ KMA Soothing Facial Lock Mist ปากนุ่มชุ่มชื้น: แนะนำ KMA Juicy Lush Tint Balm การแต่งหน้าหน้าหนาวไม่ใช่เรื่องยากค่ะ แค่เลือกสูตรที่ใช่และเข้าใจความต้องการของผิว คุณก็จะได้ลุคสวยฉ่ำ สุขภาพดี มั่นใจได้ตลอดทั้งวันแล้วค่ะ
5 เหตุผลที่ต้องใช้ คลีนซิ่งบาล์ม ล้างหน้าสะอาดหมดจด
การยกระดับขั้นตอนการทำความสะอาดผิวด้วย คลีนซิ่งบาล์ม ล้างหน้า เป็นวิธีที่ช่วยขจัดสิ่งสกปรกและเมคอัพกันน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด โดย KMA Base Melting Balm มาพร้อมเนื้อสัมผัสแบบบาล์มที่นุ่มละมุน เมื่อนวดลงบนผิวจะเปลี่ยนเป็นออยล์และน้ำนม ช่วยละลายเครื่องสำอางที่ติดทนนานให้หลุดออกอย่างง่ายดายโดยไม่ต้องใช้สำลีขัดถูแรงๆ นอกจากพลังในการทำความสะอาดที่ล้ำลึกแล้ว คลีนซิ่งบาล์มรุ่นนี้ยังอุดมด้วยสารสกัดจากธรรมชาติที่ช่วยปลอบประโลมและเติมความชุ่มชื้นให้ผิว ทำให้หลังล้างหน้าผิวไม่รู้สึกแห้งตึงหรือระคายเคือง เหมาะสำหรับทุกสภาพผิวที่ต้องการการดูแลอย่างอ่อนโยน การเลือกผลิตภัณฑ์ล้างหน้าที่ดีเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของผิวสุขภาพดีและห่างไกลจากปัญหาสิวอุดตันค่ะ 1. ละลายเมคอัพจัดเต็มได้สะอาดและไวกว่าเดิม เหตุผลอันดับต้นๆ ที่คนหันมาใช้คลีนซิ่งบาล์ม เพราะเนื้อบาล์มมีส่วนผสมของออยล์ที่ดึงดูดอนุภาคเมคอัพได้ดีเยี่ยม ทำให้สลายเมคอัพที่ติดทนได้ล้ำลึกกว่าคลีนซิ่งแบบอื่น ละลายรองพื้นกันน้ำและเมคอัพสูตร Long-wear ได้รวดเร็ว ล้างลิปสติกเนื้อแมตต์ที่ติดทนออกได้อย่างง่ายดาย ไม่ต้องถูแรง ไม่ทำร้ายผิวหน้า ลดการใช้สำลี ช่วยลดการเสียดสีบนผิวที่เป็นสาเหตุของริ้วรอย เหมาะมากสำหรับ: คนที่แต่งหน้าจัดเต็มหรือใช้เครื่องสำอางกันน้ำเป็นประจำ 2. อ่อนโยนต่อผิวแพ้ง่าย ช่วยรักษาเกราะป้องกันผิว "เกราะป้องกันผิว" (Skin Barrier) คือกุญแจสำคัญของผิวที่แข็งแรงค่ะ คลีนซิ่งบางตัวอาจจะมีแอลกอฮอล์หรือสารทำความสะอาดที่รุนแรงจนทำลายเกราะนี้ไป แต่คลีนซิ่งบาล์มส่วนใหญ่ปราศจากแอลกอฮอล์และช่วยรักษาความชุ่มชื้นได้ดีกว่า หลังล้างหน้าไม่แห้งตึง ผิวยังคงความยืดหยุ่น ลดโอกาสการเกิดการระคายเคือง ช่วยซัพพอร์ตและปกป้องเกราะป้องกันผิวให้แข็งแรง ลดการเกิดสิวอุดตันในระยะยาว เหมาะมากสำหรับ: คนผิวแพ้ง่าย ผิวแห้ง หรือคนที่ต้องล้างหน้าบ่อยๆ 3. เติมความชุ่มชื้นให้ผิวตั้งแต่ขั้นตอนแรก หลายคนอาจจะยังไม่รู้ว่า คลีนซิ่งบาล์มช่วยให้ผิวเนียนนุ่มและชุ่มชื้นทันทีหลังจากล้างออก เหมือนมีมอยส์เจอไรเซอร์บางๆ เคลือบผิวไว้ให้ดูสุขภาพดี ไม่ดึงน้ำมันธรรมชาติออกจากผิวจนเกลี้ยงเกินไป ผิวดูอิ่มน้ำ ไม่แห้งผากหลังล้างหน้า เหมาะมากสำหรับ: คนผิวแห้งหรือผิวขาดน้ำที่ต้องแต่งหน้าทุกวัน 4. ตอบโจทย์การล้างหน้าแบบ Double Cleansing ถ้าคุณทากันแดดหรือแต่งหน้าทุกวัน การล้างหน้าครั้งเดียวมักจะไม่พอค่ะ การทำ Double Cleansing จึงสำคัญมากเพื่อความสะอาดหมดจด สเต็ปที่ 1: ใช้ Cleansing Balm เพื่อละลายเมคอัพ กันแดด และน้ำมันส่วนเกิน สเต็ปที่ 2: ตามด้วยโฟมล้างหน้า เพื่อล้างสิ่งสกปรกที่ตกค้างและทำความสะอาดรูขุมขนอย่างล้ำลึก วิธีนี้จะช่วยลดสิวอุดตันและทำให้ผิวสะอาดใสอย่างแท้จริงค่ะ 5. ใช้ง่าย พกพาสะดวก ไม่หกเลอะเทอะ ข้อดีสุดๆ ของคลีนซิ่งบาล์มคือเนื้อสัมผัสที่เป็นของแข็ง ไม่ต้องกลัวหกเลอะเทอะเวลาเดินทาง พกใส่กระเป๋าไปทริปไหนก็อุ่นใจค่ะ วิธีใช้ง่ายๆ: นวดบาล์มลงบนผิวที่แห้งจนละลายเป็นออยล์ แต้มน้ำเล็กน้อยเพื่อให้กลายเป็นน้ำนม แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด จบในตัวเดียวไม่ต้องง้อสำลีเลยค่ะ เลือกคลีนซิ่งบาล์มตัวไหนดี? ถ้าคุณกำลังมองหาบาล์มที่ล้างสะอาดแต่อ่อนโยน ขอแนะนำ KMA BASE Melting Balm ตัวนี้เป็นลูกรักของใครหลายคนด้วยคุณสมบัติสุดปัง สลายเมคอัพกันน้ำได้ไว: ไม่ว่าจะเป็นรองพื้นหนาๆ ลิปติดทน หรือมาสคาร่ากันน้ำ ก็ออกเกลี้ยง ผิวไม่แห้งตึง: หลังล้างผิวจะนุ่ม เด้ง อิ่มน้ำ สูตร Clean & Gentle: ปราศจาก แอลกอฮอล์, พาราเบน, มิเนรัลออยล์, ซิลิโคน และสีสังเคราะห์ ไม่แสบตา: เนื้อบาล์มเปลี่ยนเป็นน้ำนม ล้างออกง่าย ไม่ทิ้งความมันเหนอะหนะ อัดแน่นด้วยสารสกัดจากธรรมชาติ Pink plant extract: เติมความนุ่มชุ่มชื้นให้ผิว Aloe Vera: ปลอบประโลมผิว ลดการระคายเคือง Almond Oil: ช่วยป้องกันริ้วรอยก่อนวัย Raspberry Seed Oil: บูสต์ผิวให้กระจ่างใส Green Tea Extract: ต้านอนุมูลอิระและช่วยให้ผิวผ่อนคลาย สรุป เพราะมันคือวิธีล้างเมคอัพที่สะอาดที่สุด อ่อนโยนที่สุด และถนอมผิวที่สุด พร้อมบำรุงไปในตัวตั้งแต่ขั้นตอนแรก ถ้าคุณอยากมีผิวสุขภาพดีในระยะยาว การลงทุนกับคลีนซิ่งบาล์มดีๆ อย่าง KMA BASE Melting Balm คือคำตอบที่ใช่แน่นอนค่ะ ใครที่ยังไม่เคยลองใช้คลีนซิ่งแบบบาล์ม บอกเลยว่าถ้าได้ลองแล้วจะกลับไปใช้แบบเดิมไม่ได้แน่นอน ผิวดีขึ้นจนรู้สึกได้เลยล่ะค่ะ!
คู่มือเลือกเฉดสีรองพื้น KMA Water Resist ให้เป๊ะกับผิวคุณ
การเลือก เฉดสีรองพื้น KMA รุ่น Water Resist Liquid Foundation ให้ตรงกับสีผิวจริงเป็นขั้นตอนสำคัญที่จะช่วยให้ใบหน้าดูสว่างกระจ่างใสและไม่หลอกตา โดยรองพื้นรุ่นนี้ออกแบบมาให้ครอบคลุมทั้งผิวขาวอมชมพู ผิวขาวเหลือง ไปจนถึงผิวสองสี ซึ่งเน้นความเป็นธรรมชาติและกลมกลืนไปกับผิวของคนไทยได้อย่างดีเยี่ยม นอกเหนือจากเรื่องเฉดสีแล้ว รองพื้นรุ่นนี้ยังโดดเด่นเรื่องการปกปิดที่เรียบเนียนและการกันน้ำกันเหงื่อที่ยอดเยี่ยม การทราบ Undertone ผิวของตนเองจะช่วยให้คุณตัดสินใจเลือกเบอร์รองพื้นได้แม่นยำยิ่งขึ้น เพื่อผลลัพธ์งานผิวที่สวยเป๊ะ ติดทนนาน 12 ชั่วโมง และสร้างความมั่นใจให้คุณได้ในทุกสถานการณ์ค่ะ รองพื้น KMA รุ่นนี้เหมาะกับผิวแบบไหน และควรใช้ตอนไหน? รองพื้นตัวนี้เน้นการปกปิดขั้นสุดและติดทนนานเป็นพิเศษ มาดูกันค่ะว่าสภาพผิวแบบไหนใช้แล้วรอด ผิวผสม / ผิวมัน: บอกเลยว่า "เลิฟแน่นอน" เพราะคุมมันได้นานถึง 12 ชั่วโมง ให้ฟินิชแบบ Soft Matte หน้าไม่เยิ้มระหว่างวัน ผิวธรรมดา: ใช้ได้สบายมากค่ะ ให้งานผิวที่เนียนกริบและติดทนตลอดวัน เพียงแค่บำรุงผิวตามปกติก็พอ ผิวแห้ง: ถ้าอยากใช้รุ่นนี้ แนะนำให้เน้นเตรียมผิวด้วยมอยส์เจอร์ไรเซอร์หรือไพร์เมอร์ที่ช่วยเติมความชุ่มชื้นเป็นพิเศษ เพื่อป้องกันไม่ให้รองพื้นตกร่องหรือเน้นรอยแห้งบนหน้านะคะ ก่อนจะเลือกสี ต้องรู้ "Undertone" ผิวตัวเองก่อน! การรู้จัก Undertone หรือโทนสีผิวที่แท้จริงใต้ชั้นผิว จะช่วยให้เราเลือกสีรองพื้นได้เนียนกริบ ไม่ดูเทาหรือเหลืองจนเกินไปค่ะ วิธีเช็กง่ายๆ คือดูสีเส้นเลือดที่ข้อมือ Cool Tone (โทนชมพู): เส้นเลือดออกสีน้ำเงินหรือม่วง Warm Tone (โทนเหลือง): เส้นเลือดออกสีเขียว Neutral Tone (โทนธรรมชาติ): เส้นเลือดมีทั้งสีเขียวและน้ำเงินผสมกัน ใช้ได้ทั้งโทนชมพูและเหลืองเลยค่ะ เจาะลึก 6 เฉดสี KMA Water Resist เลือกเบอร์ไหนดี? 00 Porcelain: สีขาวสว่างที่สุด เหมาะสำหรับสาวผิวขาวจัด โทนชมพู 01 Vanilla: สีขาวธรรมชาติ เหมาะสำหรับผิวขาวทั่วไป โทนธรรมชาติหรือโทนเหลือง 02 Nude: สีผิวขาวเหลือง เหมาะสำหรับคนผิวขาวที่มีอันเดอร์โทนเหลืองชัดเจน 04 Natural Beige: สีผิวธรรมชาติโทนเหลือง เป็นสีมาตรฐานของสาวไทยส่วนใหญ่เลยค่ะ 06 Warm Sand: สีผิวสองสี หรือผิวเข้มขึ้นมาอีกระดับ ให้ลุคที่ดูอบอุ่นเป็นธรรมชาติ 07 Soft Tan: สีผิวเข้มหรือผิวสีน้ำผึ้ง เหมาะสำหรับสาวผิวแทนหรือผิวสีน้ำผึ้งโดยเฉพาะ เทคนิคเลือกสีให้ "เป๊ะ" ฉบับมือโปร หมดปัญหาหน้าเทา ลองที่สันกรามดีที่สุด: วิธีที่ถูกต้องคือการปาดรองพื้น 2-3 เฉดที่เราคิดว่าใกล้เคียงผิวที่สุดลงบนบริเวณ "สันกราม" (รอยต่อระหว่างใบหน้ากับลำคอ) ค่ะ รอให้รองพื้นเซตตัว: รองพื้นสูตรคุมมันมักจะมีการเปลี่ยนสีเล็กน้อย (Oxidize) เมื่อทำปฏิกิริยากับน้ำมันบนผิวและอากาศ แนะนำให้ทาทิ้งไว้สัก 10-15 นาทีแล้วค่อยเช็กสีอีกรอบนะคะ สีที่ "ใช่" คือสีที่หายไป: เฉดสีที่กลืนไปกับผิวคอและผิวหน้ามากที่สุดนั่นแหละค่ะ คือสีที่จะทำให้หน้าคุณดูสวยเป็นธรรมชาติและไม่หลอกตา ด้วย 6 เฉดสีที่คิดมาเพื่อผิวสาวไทย รับรองว่าคุณจะเจอรองพื้น KMA ที่ใช่แน่นอน ได้งานผิวสวยเป๊ะ ท้าแดด ท้าเหงื่อ ได้แบบมั่นใจตลอดทั้งวันเลยค่ะ
วิธีเลือกแป้งฝุ่นคุมมัน KMA Setting Powder ให้เหมาะกับทุกสภาพผิว
การเลือกใช้ แป้งฝุ่นคุมมัน ที่ถูกต้องจะช่วยล็อคเมคอัพให้ติดทนนานและป้องกันหน้าเยิ้มระหว่างวันได้เป็นอย่างดี KMA Setting Powder มีตัวเลือกที่ตอบโจทย์ทุกสภาพผิว ตั้งแต่แป้งฝุ่นโปร่งแสง (Translucent) ที่ช่วยเซตผิวให้ดูเป็นธรรมชาติ ไปจนถึงสูตรที่ช่วยเบลอรูขุมขนให้ผิวดูเรียบเนียนละเอียดแบบขั้นสุด 1. KMA Loose Powder ตัวแม่เรื่องคุมมัน ล็อกรองพื้นเป๊ะตลอดวัน! ไอเทมระดับตำนานที่สาวผิวมันต้องมีติดโต๊ะค่ะ! ถ้าคุณเป็นคนหน้ามันง่าย เหงื่อออกเยอะ บอกเลยว่าต้องตัวนี้เท่านั้น การควบคุมความมันและช่วยให้รองพื้นติดทนนานแบบที่ช่างแต่งหน้ามือโปรเลือกใช้ เป็นแป้งฝุ่นโปร่งแสงที่เนื้อเบามาก แต่พลังการดูดซับความมันคือที่หนึ่ง! เพราะมีส่วนผสมของ Silica ที่ช่วยซับความมันส่วนเกินอย่างหมดจด ให้ผิวดูแมตต์และสะอาดใส ผิวมันและผิวผสมที่ต้องการการเซตตัวขั้นสุด ไม่เยิ้ม ไม่ดรอปแน่นอน! 2. KMA Light Setting Powder: ผิวใส บางเบา ดูสวยเป็นธรรมชาติ! ตัวนี้เหมาะมากสำหรับวันที่ต้องการลุคใสๆ เผยผิวดูสุขภาพดี มีความโกลว์นิดๆ และไม่รู้สึกหนักหน้าเลยค่ะ งานผิวสวย กระจ่างใส ดูเหมือนไม่ได้แต่งหน้าแต่จริงๆ คือผิวเนียนกริบ! แป้งตัวนี้มีเทคโนโลยีช่วยกระจายแสง ทำให้ผิวดูไบร์ทขึ้น มีมิติ และดูเปล่งประกายแบบมีออร่า ฟินิชที่ได้จะละมุนเป็นธรรมชาติมาก แต่ก็ยังช่วยคุมมันได้ดีในระดับที่น่าพอใจเลยค่ะ ผิวธรรมดา หรือคนที่ชอบลุค Everyday Look ที่เน้นความสบายผิวและดูโกลว์ใส 3. KMA Transparent Loose Powder เบลอรูขุมขนเนียนกริบ ผิวดูอิ่มเด้งทันที! เพื่อนแท้ของคนที่มีปัญหารูขุมขนกว้างหรือสีผิวไม่สม่ำเสมอ ต้องยกให้ตัวนี้เป็นที่หนึ่งในใจเลย การเบลอรูขุมขนให้ดูจางลงและปรับสีผิวให้สม่ำเสมอทั่วใบหน้า เป็นแป้งฝุ่นที่มีเฉดสีให้เลือกตามโทนผิว! เนื้อแป้งจะเข้าไปช่วยพรางรูขุมขนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ผิวดูเนียนละเอียดและดูอิ่มฟู (Bounce) ทันทีที่ทา ใครอยากให้ผิวดูตึงกระชับแบบเร่งด่วนต้องลองค่ะ ทุกสภาพผิวที่ต้องการความเรียบเนียนเป็นพิเศษ และอยากให้แป้งช่วยปรับโทนสีผิวให้ดูเพอร์เฟกต์ขึ้น สรุปสั้นๆ เลือกตัวไหนดี? สายคุมมันขั้นเทพ: ไปที่ Loose Powder สายผิวใส โกลว์สวย: เลือก Light Setting Powder สายผิวเนียน เบลอรูขุมขน: ต้อง Transparent Loose Powder ไม่ว่าคุณจะชอบงานผิวแบบไหน KMA เขามีตัวเลือกที่ใช่มาล็อคเมคอัพให้คุณสวยเป๊ะในแบบที่ต้องการแน่นอนค่ะ!




