ข้ามไปที่เนื้อหา
Keep Me Aspiring
ซื้อครบ 350.- (ส่งฟรี)

ภาษา

รองพื้นกันน้ำ KMA Water Resist Liquid Foundation

รีวิวรองพื้นกันน้ำ KMA Water Resist คุมมัน ติดทน เหมาะกับใคร

อากาศร้อนชื้น เหงื่อ และความมันระหว่างวัน เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้รองพื้นไหล เป็นคราบ หรือหลุดออกเร็วกว่าที่ตั้งใจ หลายคนจึงมองหา รองพื้นกันน้ำ ที่ช่วยให้เมคอัพงานผิวดูเรียบเนียนและติดทนมากขึ้น โดยเฉพาะในวันที่ต้องทำกิจกรรมกลางแจ้งหรือแต่งหน้าเป็นเวลานาน

หนึ่งในผลิตภัณฑ์ที่น่าสนใจคือ KMA Water Resist Liquid Foundation รองพื้นชนิดลิควิดที่แบรนด์ระบุว่ามีคุณสมบัติกันน้ำ กันเหงื่อ ควบคุมความมัน ให้การปกปิดเรียบเนียน พร้อม SPF 30 และเหมาะกับสภาพอากาศร้อนชื้นค่ะ

บทความนี้จะพาไปรู้จักจุดเด่น ฟินิชผิว วิธีใช้ และข้อควรพิจารณาก่อนตัดสินใจว่ารองพื้นรุ่นนี้เหมาะกับสภาพผิวและไลฟ์สไตล์ของเราหรือไม่

KMA Water Resist Liquid Foundation คืออะไร

KMA Water Resist Liquid Foundation คือรองพื้นเนื้อลิควิดจาก KMA Cosmetics ที่พัฒนามาสำหรับผู้ที่ต้องการงานผิวปกปิดเรียบเนียน พร้อมรับมือกับน้ำ เหงื่อ ความมัน และสภาพอากาศร้อนชื้น

ข้อมูลจากแบรนด์ระบุว่ารองพื้นรุ่นนี้ให้ฟินิชแบบ Soft Matte มีคุณสมบัติกันน้ำและกันเหงื่อ ช่วยควบคุมความมัน พร้อมการปกปิดที่สามารถเพิ่มระดับได้ และมี SPF 30 สำหรับเสริมการปกป้องผิวจากแสงแดดในชีวิตประจำวัน

อย่างไรก็ตาม การใช้รองพื้นที่มี SPF ไม่ควรทดแทนครีมกันแดด เพราะปริมาณรองพื้นที่ใช้จริงอาจไม่เพียงพอสำหรับการปกป้องผิวตามค่าที่ระบุบนผลิตภัณฑ์

สรุปจุดเด่นของรองพื้นกันน้ำ KMA

หัวข้อ ข้อมูลผลิตภัณฑ์
ประเภท รองพื้นเนื้อลิควิด
ฟินิชผิว Soft Matte
การปกปิด ปกปิดเรียบเนียนและเพิ่มระดับได้
คุณสมบัติเด่น กันน้ำ กันเหงื่อ และควบคุมความมัน
การติดทน แบรนด์ระบุว่าติดทนและคุมมันได้สูงสุด 12 ชั่วโมง
การป้องกันแสงแดด SPF 30
สภาพผิวที่เหมาะ ผิวมัน ผิวผสม และผิวธรรมดา
การใช้งาน วันทำงาน กิจกรรมกลางแจ้ง หรือวันที่ต้องการเมคอัพติดทน

รองพื้นกันน้ำ KMA มีจุดเด่นอะไรบ้าง

1. สูตรกันน้ำและกันเหงื่อ เหมาะกับอากาศร้อนชื้น

จุดเด่นหลักของ KMA Water Resist Liquid Foundation คือสูตรที่แบรนด์ออกแบบมาให้ทนน้ำและเหงื่อ จึงตอบโจทย์ผู้ที่ต้องเผชิญอากาศร้อน เดินทางกลางแจ้ง หรือมีเหงื่อออกระหว่างวัน

คุณสมบัตินี้ไม่ได้หมายความว่ารองพื้นจะไม่หลุดเลยในทุกสถานการณ์ เพราะการเช็ด ถู หรือสัมผัสผิวบ่อย ๆ ยังส่งผลต่อความติดทนได้ แต่ช่วยลดโอกาสที่เมคอัพจะไหลหรือแยกตัวง่ายเมื่อเจอความชื้นค่ะ

2. ให้ฟินิช Soft Matte เหมาะกับคนผิวมันและผิวผสม

รองพื้นรุ่นนี้ให้ฟินิชแบบ Soft Matte ซึ่งอยู่ระหว่างความแมตต์กับความเป็นธรรมชาติ ผิวจึงดูเรียบเนียนโดยไม่จำเป็นต้องแห้งด้านจนเกินไป

สำหรับผู้ที่มีผิวมันหรือผิวผสม ฟินิชลักษณะนี้ช่วยลดความมันวาวบริเวณทีโซน และทำให้เมคอัพดูเป็นระเบียบมากขึ้นระหว่างวันค่ะ

3. ปกปิดได้และสามารถเพิ่มระดับการปกปิด

ข้อมูลของแบรนด์ระบุว่าเนื้อรองพื้นบางเบา แต่สามารถเพิ่มระดับการปกปิดบริเวณที่มีรอยสิว จุดด่างดำ หรือสีผิวไม่สม่ำเสมอได้ โดยควรลงทีละชั้นบาง ๆ แทนการใช้ปริมาณมากในครั้งเดียว

วิธีนี้ช่วยให้รองพื้นเกาะผิวได้ดีขึ้น ลดความหนาหนัก และลดโอกาสเกิดคราบบริเวณร่องแก้มหรือข้างจมูกค่ะ

4. มี SPF 30

KMA Water Resist Liquid Foundation มี SPF 30 ซึ่งช่วยเสริมการปกป้องผิวจากรังสี UV ระหว่างวันได้อีกชั้นหนึ่ง

อย่างไรก็ตาม ควรลงครีมกันแดดในปริมาณที่เหมาะสมก่อนแต่งหน้าเสมอ โดยเฉพาะวันที่ต้องอยู่กลางแจ้งเป็นเวลานาน

รองพื้นกันน้ำ KMA เหมาะกับใคร

ผู้ที่มีผิวมันหรือผิวผสม

รองพื้นรุ่นนี้เหมาะกับผู้ที่กังวลเรื่องความมันบริเวณหน้าผาก จมูก และคาง เพราะมีฟินิช Soft Matte และแบรนด์ระบุว่าช่วยควบคุมความมันระหว่างวัน

เพื่อให้ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติ ควรใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงที่มีเนื้อบางเบาและรอให้ซึมก่อนลงรองพื้น

ผู้ที่ต้องการรองพื้นสำหรับอากาศร้อน

สูตรกันน้ำและกันเหงื่อเหมาะกับผู้ที่เดินทางกลางแจ้ง ทำกิจกรรมในพื้นที่อากาศร้อน หรือจำเป็นต้องแต่งหน้าเป็นเวลานาน

แต่หากต้องทำกิจกรรมที่มีการสัมผัสน้ำโดยตรง ควรหลีกเลี่ยงการเช็ดหรือถูใบหน้าแรง ๆ เพื่อช่วยรักษาความเรียบเนียนของเมคอัพ

ผู้ที่ต้องการงานผิวปกปิดแต่ไม่อยากลงรองพื้นหนา

เนื้อรองพื้นสามารถลงบาง ๆ ทั่วใบหน้าแล้วเพิ่มเฉพาะบริเวณที่ต้องการปกปิด จึงเหมาะกับผู้ที่ต้องการควบคุมระดับการปกปิดด้วยตัวเอง

ผู้ที่ต้องการเมคอัพติดทนในวันสำคัญ

ไม่ว่าจะเป็นวันทำงาน งานอีเวนต์ งานรับปริญญา หรือวันที่ต้องอยู่ข้างนอกหลายชั่วโมง รองพื้นกันน้ำสามารถช่วยลดความกังวลเรื่องเมคอัพไหลจากเหงื่อและความชื้นได้

คนผิวแห้งใช้รองพื้นกันน้ำ KMA ได้ไหม

คนผิวแห้งสามารถใช้ได้ค่ะ แต่ควรให้ความสำคัญกับการเตรียมผิวมากกว่าปกติ เพราะรองพื้นที่ให้ฟินิช Soft Matte อาจเน้นบริเวณที่แห้ง ลอก หรือขาดความชุ่มชื้นได้

ก่อนลงรองพื้น แนะนำให้:

  • เติมความชุ่มชื้นด้วยมอยส์เจอร์ไรเซอร์
  • รอให้ผลิตภัณฑ์บำรุงซึมก่อนแต่งหน้า
  • หลีกเลี่ยงการใช้แป้งมากเกินไป
  • ใช้ฟองน้ำหมาดกดรองพื้นบาง ๆ
  • เพิ่มรองพื้นเฉพาะบริเวณที่ต้องการปกปิด

วิธีลงรองพื้นกันน้ำ KMA ไม่ให้เป็นคราบ

ขั้นตอนที่ 1 เตรียมผิวให้เหมาะกับสภาพผิว

เริ่มจากทำความสะอาดผิวและลงผลิตภัณฑ์บำรุงตามปกติ

  • ผิวมันควรเลือกมอยส์เจอร์ไรเซอร์เนื้อบางเบา
  • ผิวแห้งควรเพิ่มความชุ่มชื้นบริเวณที่ลอกง่าย
  • รอให้สกินแคร์และครีมกันแดดเซตตัวก่อนลงรองพื้น

หากลงรองพื้นทันทีขณะที่ผลิตภัณฑ์ก่อนหน้ายังไม่ซึม อาจทำให้เนื้อรองพื้นจับตัวหรือเป็นคราบได้

ขั้นตอนที่ 2 ใช้รองพื้นในปริมาณน้อยก่อน

แต้มรองพื้นบริเวณกลางใบหน้า เช่น หน้าผาก แก้ม จมูก และคาง จากนั้นค่อยเกลี่ยออกไปด้านข้าง

การลงทีละน้อยช่วยควบคุมความหนาและทำให้เนื้อรองพื้นกลืนกับผิวได้ง่ายกว่า

ขั้นตอนที่ 3 ใช้วิธีกดแทนการถู

ใช้ฟองน้ำ แปรง หรือนิ้วมือค่อย ๆ กดเนื้อรองพื้นลงบนผิว หลีกเลี่ยงการลากหรือถูแรง เพราะอาจทำให้ผลิตภัณฑ์บำรุงด้านล่างเคลื่อนตัวและเกิดคราบ

บทความเดิมของ KMA แนะนำการกดรองพื้นลงบนผิว เพื่อช่วยให้เนื้อผลิตภัณฑ์ยึดเกาะกับผิวได้ดีขึ้น

ขั้นตอนที่ 4 เพิ่มการปกปิดเฉพาะจุด

หลังลงชั้นแรก ให้รอเนื้อรองพื้นเซตตัวสักครู่ แล้วจึงเพิ่มเฉพาะบริเวณรอยสิว จุดด่างดำ หรือสีผิวไม่สม่ำเสมอ

วิธีนี้ช่วยให้ผิวส่วนอื่นยังดูบางเบา ไม่หนักหน้าเกินไป

ขั้นตอนที่ 5 เซตเฉพาะบริเวณที่มันง่าย

ใช้แป้งฝุ่นหรือแป้งอัดแข็งในปริมาณน้อย เซตบริเวณหน้าผาก จมูก ข้างจมูก และคาง หากแก้มค่อนข้างแห้ง อาจไม่จำเป็นต้องลงแป้งทั่วทั้งใบหน้า

รองพื้นกันน้ำต้องลงแป้งทับไหม

รองพื้นกันน้ำไม่จำเป็นต้องลงแป้งทับทุกครั้งค่ะ การลงแป้งขึ้นอยู่กับสภาพผิวและฟินิชที่ต้องการ

  • ผิวมัน: ควรเซตแป้งบาง ๆ บริเวณทีโซน
  • ผิวผสม: เซตเฉพาะจุดที่มันง่าย
  • ผิวแห้ง: อาจไม่ต้องลงแป้งทั่วหน้า หรือใช้เฉพาะบริเวณที่รองพื้นเคลื่อนตัวง่าย
  • ต้องการความติดทนเพิ่ม: ใช้แป้งปริมาณน้อยและกดเบา ๆ บนผิว

การใช้แป้งมากเกินไปอาจทำให้งานผิวดูหนา แห้ง หรือเป็นคราบได้ โดยเฉพาะบริเวณใต้ตาและร่องแก้ม

รองพื้นกันน้ำต่างจากรองพื้นทั่วไปอย่างไร

หัวข้อ รองพื้นกันน้ำ รองพื้นทั่วไป
การทนน้ำและความชื้น ออกแบบมาให้ยึดเกาะผิวเมื่อเจอน้ำหรือเหงื่อ ขึ้นอยู่กับแต่ละสูตร
การติดทน มักเน้นความติดทนมากกว่า มีตั้งแต่บางเบาถึงติดทน
ฟินิชผิว มักพบในสูตรแมตต์หรือ Soft Matte มีทั้งแมตต์ ซาติน และโกลว์
การทำความสะอาด ควรใช้คลีนซิ่งที่ละลายเมคอัพติดทน บางสูตรล้างออกง่ายกว่า
เหมาะกับ อากาศร้อน กิจกรรมกลางแจ้ง และวันที่แต่งหน้านาน ใช้ได้ตามลุคและกิจกรรมทั่วไป

คำว่า “กันน้ำ” ไม่ได้หมายความว่ารองพื้นจะทนต่อการถูหรือเช็ดแรง ๆ ได้ทั้งหมด จึงควรซับเหงื่อเบา ๆ แทนการเช็ดใบหน้า

วิธีเลือกรองพื้นกันน้ำให้เหมาะกับผิว

เลือกฟินิชให้เข้ากับสภาพผิว

  • ผิวมันหรือผิวผสม เหมาะกับฟินิชแมตต์หรือ Soft Matte
  • ผิวแห้ง ควรเลือกสูตรที่เกลี่ยง่ายและเตรียมผิวให้ชุ่มชื้น
  • ผิวธรรมดา สามารถเลือกตามระดับความปกปิดและลุคที่ชอบ

เลือกสีให้เข้ากับ Undertone

สีรองพื้นที่เหมาะสมควรกลืนกับบริเวณกรามและลำคอ ไม่ควรทดลองเฉพาะหลังมือ เพราะสีผิวบริเวณมืออาจไม่ตรงกับใบหน้า

โดยทั่วไป Undertone แบ่งได้เป็น:

  • Warm Tone: ผิวมีโทนเหลืองหรือทอง
  • Cool Tone: ผิวมีโทนชมพูหรืออมแดง
  • Neutral Tone: มีทั้งโทนเหลืองและชมพูใกล้เคียงกัน

KMA มีบทความแนะนำการเลือกเฉดสี Water Resist ตาม Undertone โดยระบุว่ารองพื้นรุ่นนี้ออกแบบให้ครอบคลุมโทนผิวตั้งแต่ผิวขาวอมชมพู ผิวขาวเหลือง ไปจนถึงผิวสองสีค่ะ

พิจารณาระดับการปกปิด

ผู้ที่ต้องการลุคธรรมชาติควรเริ่มจากรองพื้นชั้นบาง ส่วนผู้ที่ต้องการปกปิดรอยสิวหรือจุดด่างดำสามารถเพิ่มเนื้อรองพื้นเฉพาะจุดได้

วิธีทดสอบรองพื้นกันน้ำก่อนใช้งานจริง

เพื่อประเมินว่ารองพื้นเหมาะกับผิวของเราหรือไม่ ควรทดลองก่อนวันสำคัญ โดยสามารถทดสอบได้ดังนี้

Wear Test

ลงรองพื้นตามปกติแล้วสังเกตผิวในช่วงเช้า กลางวัน และเย็น โดยดูว่า:

  • ความมันเพิ่มขึ้นบริเวณใด
  • รองพื้นตกร่องหรือไม่
  • สีรองพื้นเปลี่ยนระหว่างวันหรือไม่
  • บริเวณข้างจมูกและคางมีคราบหรือไม่

Tissue Test

ใช้กระดาษทิชชูซับผิวเบา ๆ หลังรองพื้นเซตตัว เพื่อดูว่ามีสีรองพื้นติดออกมามากน้อยเพียงใด

Water Spray Test

ฉีดละอองน้ำเล็กน้อยบนผิว แล้วใช้ทิชชูซับเบา ๆ หลีกเลี่ยงการถู จากนั้นตรวจดูว่ารองพื้นยังเรียบเนียนหรือเกิดรอยแยก

ผลการทดสอบควรใช้เพื่อประเมินความเหมาะสมกับผิวของแต่ละคน ไม่ควรใช้แทนผลทดสอบทางห้องปฏิบัติการหรือคำรับรองจากแบรนด์

วิธีทำความสะอาดรองพื้นกันน้ำ

รองพื้นกันน้ำมีคุณสมบัติยึดเกาะผิว จึงควรใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดเมคอัพก่อนล้างหน้าตามปกติ

ขั้นตอนที่แนะนำ:

  1. ใช้คลีนซิ่งออยล์ คลีนซิ่งบาล์ม หรือไมเซลลาร์วอเตอร์ที่ระบุว่าสามารถล้างเมคอัพติดทนได้
  2. นวดหรือเช็ดเบา ๆ โดยไม่ถูผิวแรง
  3. ล้างหน้าด้วยผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่เหมาะกับสภาพผิว
  4. เติมความชุ่มชื้นหลังล้างหน้า

ควรใส่ใจบริเวณข้างจมูก แนวกราม และไรผม เพราะเป็นจุดที่รองพื้นอาจหลงเหลือได้ง่าย

ข้อดีและข้อควรพิจารณาของ KMA Water Resist Liquid Foundation

ข้อดี

  • มีคุณสมบัติกันน้ำและกันเหงื่อ
  • ให้ฟินิช Soft Matte เหมาะกับอากาศร้อนชื้น
  • สามารถเพิ่มระดับการปกปิดได้
  • เหมาะกับผู้ที่มีผิวมันและผิวผสม
  • มี SPF 30
  • ใช้ได้ทั้งวันทำงานและวันทำกิจกรรมกลางแจ้ง

ข้อควรพิจารณา

  • ผู้ที่มีผิวแห้งควรเตรียมผิวให้ชุ่มชื้น
  • ควรทดลองเฉดสีบริเวณกรามก่อนซื้อ
  • ไม่ควรใช้รองพื้นแทนครีมกันแดด
  • การติดทนจริงขึ้นอยู่กับสภาพผิวและวิธีเตรียมผิว
  • สูตรกันน้ำยังสามารถหลุดได้เมื่อมีการถูหรือเช็ดแรง

รีวิวรองพื้นกันน้ำ KMA รุ่นนี้เหมาะกับการใช้งานแบบไหน

KMA Water Resist Liquid Foundation เหมาะกับวันที่ต้องการงานผิวแบบ Soft Matte พร้อมการปกปิดและความติดทน โดยเฉพาะในสภาพอากาศร้อนชื้นหรือวันที่มีโอกาสเหงื่อออกค่ะ 

ลักษณะการใช้งานที่เหมาะ ได้แก่:

  • แต่งหน้าไปทำงาน
  • เดินทางกลางแจ้ง
  • งานอีเวนต์หรือโอกาสสำคัญ
  • วันที่ต้องแต่งหน้าเป็นเวลานาน
  • ผู้ที่มีผิวมันและกังวลเรื่องรองพื้นไหล
  • ผู้ที่ต้องการเพิ่มการปกปิดเฉพาะจุด

สำหรับผู้ที่ชอบงานผิวฉ่ำมากหรือมีผิวแห้งลอกง่าย ควรเตรียมผิวให้ชุ่มชื้นและทดลองเนื้อผลิตภัณฑ์ก่อนใช้งานทั่วใบหน้า

คำถามที่พบบ่อย

Q: รองพื้นกันน้ำ KMA เหมาะกับคนผิวมันไหม

A: เหมาะค่ะ เพราะ KMA Water Resist Liquid Foundation ให้ฟินิช Soft Matte และแบรนด์ระบุว่าช่วยควบคุมความมัน เหมาะกับผิวมันและผิวผสม อย่างไรก็ตาม ควรเซตแป้งเฉพาะบริเวณทีโซนและหลีกเลี่ยงการลงผลิตภัณฑ์หนาเกินไป 

Q: รองพื้นกันน้ำ KMA ติดทนกี่ชั่วโมง

A: ข้อมูลจาก KMA ระบุว่ารองพื้นรุ่นนี้ช่วยควบคุมความมันและติดทนได้นานสูงสุด 12 ชั่วโมง แต่ผลลัพธ์จริงอาจแตกต่างตามสภาพผิว อากาศ การเตรียมผิว และกิจกรรมของแต่ละคนค่ะ 

Q: รองพื้นกันน้ำ KMA ต้องลงแป้งไหม

A: ไม่จำเป็นต้องลงแป้งทั่วใบหน้าค่ะ ผู้ที่มีผิวมันสามารถเซตบาง ๆ บริเวณหน้าผาก จมูก และคาง ส่วนผู้ที่มีผิวแห้งอาจใช้แป้งเฉพาะจุดที่รองพื้นเคลื่อนตัวง่าย

Q: คนผิวแห้งใช้ KMA Water Resist ได้ไหม

A: ใช้ได้ แต่ควรเตรียมผิวด้วยมอยส์เจอร์ไรเซอร์และใช้ฟองน้ำหมาดกดรองพื้นบาง ๆ เพื่อช่วยลดการเน้นรอยแห้งและการตกร่อง 

Q: รองพื้นกันน้ำใช้ทุกวันได้ไหม

A: สามารถใช้ได้ตามความเหมาะสม หากไม่เกิดการระคายเคืองและทำความสะอาดผิวอย่างหมดจด ควรเลือกผลิตภัณฑ์บำรุงและคลีนซิ่งให้เหมาะกับสภาพผิว รวมถึงหยุดใช้หากมีอาการผิดปกติ

Q: รองพื้นกันน้ำล้างออกอย่างไร

A: ควรใช้คลีนซิ่งออยล์ คลีนซิ่งบาล์ม หรือผลิตภัณฑ์ล้างเมคอัพติดทนก่อน จากนั้นจึงล้างหน้าด้วยผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดตามปกติ เพื่อช่วยลดผลิตภัณฑ์ตกค้างบนผิว

สรุป รีวิวรองพื้นกันน้ำ KMA ดีไหม

KMA Water Resist Liquid Foundation เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกสำหรับผู้ที่กำลังมองหา รองพื้นกันน้ำ ที่เน้นการปกปิด ฟินิช Soft Matte การควบคุมความมัน และการรับมือกับน้ำหรือเหงื่อในสภาพอากาศร้อนชื้น

จุดเด่นของรุ่นนี้คือเนื้อลิควิดที่สามารถเพิ่มระดับการปกปิดได้ มี SPF 30 และแบรนด์ระบุว่าช่วยคุมมันและติดทนได้สูงสุด 12 ชั่วโมง

โดยรวมแล้ว รองพื้นรุ่นนี้เหมาะกับผิวมัน ผิวผสม และผู้ที่ต้องการเมคอัพติดทนระหว่างวัน ส่วนผู้ที่มีผิวแห้งควรเตรียมผิวให้ชุ่มชื้นและลงรองพื้นทีละชั้นบาง ๆ เพื่อให้งานผิวดูเรียบเนียนมากที่สุดค่ะ

ส่งข้อความถึงเรา