Skip to content

Language

มือใหม่ต้องรู้ คุชชั่นคืออะไร? เจาะลึกวิธีเลือกงานผิวสวยเป๊ะ

มือใหม่ต้องรู้ คุชชั่นคืออะไร? เจาะลึกวิธีเลือกงานผิวสวยเป๊ะ

สำหรับมือใหม่ที่เพิ่งก้าวเข้าสู่สมาคมคนรักการแต่งหน้า หรือคนที่อยากเปลี่ยนแนวมาใช้งานผิวที่สะดวกรวดเร็วขึ้น น่าจะเคยสะดุดกับคำถามยอดฮิตอย่าง "คุชชั่นคืออะไร" แล้วทำไมไอเทมนี้ถึงกลายเป็นของสามัญประจำบ้านที่ใครๆ ก็ต้องมีติดกระเป๋า วันนี้มัดรวมข้อมูลแบบเคลียร์ชัด ตั้งแต่วิธีการใช้งาน ไปจนถึงการเลือกสูตรที่ใช่ให้แต่งตามได้ง่ายๆ ในทุกวันกันค่ะ

เคลียร์ชัด! คุชชั่นคืออะไร ทำไมถึงฮิตในกลุ่มคนแต่งหน้ายุคใหม่

คุชชั่นคือ เบสเมคอัพในรูปแบบเหลวเนื้อเบาสบาย ที่ถูกกักเก็บไว้ในฟองน้ำพิเศษภายในตลับพกพา ความโดดเด่นคือจะมาพร้อมกับพัฟ (Puff) ชนิดพิเศษเนื้อละเอียด ที่ช่วยควบคุมปริมาณเนื้อผลิตภัณฑ์ให้ออกมาพอดีในแต่ละครั้งที่กด

จุดเด่นที่ทำให้คุชชั่นกลายเป็น คุชชั่นสำหรับใช้ทุกวัน (Everyday Use) คือความสะดวกรวดเร็ว ตลับเดียวรวมเอาทั้งงานผิว ตัวบำรุง และสารกันแดดเข้าไว้ด้วยกัน สามารถพกพาไปเติมระหว่างวันได้ทันทีโดยไม่เป็นคราบ ถือเป็นไอเทมกู้ชีพของคนยุคใหม่ที่ต้องการงานผิวที่ดูเป็นธรรมชาติและประหยัดเวลาค่ะ

วิธีใช้คุชชั่นมือใหม่ ทายังไงให้ผิวเนียนสวย ไม่หนา ไม่ตกร่อง

หลายคนซื้อคุชชั่นมาใช้เพราะความสะดวก แต่กลับเจอปัญหาหน้าดูหนาเกินไปหรือตกร่องระหว่างวัน นั่นเป็นเพราะวิธีใช้ยังไม่ถูกสเต็ปค่ะ ลองทำตามสเต็ปนี้ดูนะคะ

  • กดเบาๆ ไม่ปาด: ใช้พัฟกดลงบนฟองน้ำเบาๆ (ห้ามกดแรงจนเนื้อทะลัก)
  • แท็บทั่วใบหน้า: นำพัฟมา "กดซับ" หรือแตะเบาๆ (Tap) ให้ทั่วใบหน้า ห้ามใช้พัฟลากหรือปาดบนผิวเด็ดขาด เพราะการกดจะช่วยให้เนื้อคุชชั่นเนียนสนิทไปกับผิวและเบลอรูขุมขนได้เรียบเนียนที่สุด
  • เลเยอร์เฉพาะจุด: จุดไหนที่มีรอยสิวหรือรอยดำ สามารถใช้พัฟแตะเนื้อคุชชั่นเพิ่มเล็กน้อยแล้วกดย้ำบางๆ เฉพาะจุดได้เพื่อเพิ่มระดับการปกปิดโดยไม่ทำให้หน้าดูหนาเตอะ

เลือกสูตรที่ใช่! คุชชั่น KMA ดีไหม? เลือกแบบไหนให้เหมาะกับคุณ

หากกำลังลังเลว่า คุชชั่น KMA ดีไหม และควรเลือกสูตรไหนดี แบรนด์ KMA มีคุชชั่น 2 สูตร 2 ฟินิช ที่คิดมาเพื่อตอบโจทย์สภาพผิวและสถานการณ์ที่แตกต่างกันอย่างลงตัว

1. สายผิวฉ่ำใส เปล่งประกายดุจฝัน KMA Dreamy Glow Cushion (15g)

สูตรนี้คือ คุชชั่นผิวโกลว์ ที่เหมาะมากสำหรับผู้ที่ชอบงานผิวแบบ Soft Glow ดูชุ่มชื้น อิ่มน้ำ กระจ่างใสสุขภาพดี แต่ไม่เหนียวเหนอะหนะและผิวไม่มันเยิ้มระหว่างวัน

  • นวัตกรรมและสารบำรุงจัดเต็ม: มีเทคโนโลยีล้ำๆ จากเกาหลีอย่าง Film Layer Technology ช่วยดูดซับความมันและล็อกเมคอัพ ผสารการทำงานกับ Triple Press Method ปกปิดเรียบเนียน และ Micro-rolling Grinding สร้างเม็ดสีระดับไมโครช่วยให้ผิวเล่นแสงสวยสม่ำเสมอ พร้อมบำรุงด้วย Vitamin C, E, Niacinamide และ Collagen ผิวดูสดใสไม่โทรม มีสารกันแดดสูงถึง SPF 50+ PA++++
  • เหมาะกับใคร: คนผิวแห้ง ผิวธรรมดา หรือผิวผสมที่ค่อนไปทางแห้ง คนที่ชอบลุคผิวอิ่มน้ำดิวอี้ (Dewy) สไตล์เกาหลี แต่ยังต้องการความเบาสบายผิว
  • สถานการณ์ไหนเอาอยู่: เหมาะมากสำหรับวันสบายๆ วันออกเดท ไปเที่ยวคาเฟ่ถ่ายรูปอวดผิวเล่นแสงสวย หรือคนที่ต้องนั่งทำงานในห้องแอร์เย็นๆ ตลอดวัน ตัวนี้จะช่วยเติมและกักเก็บความชุ่มชื้นให้ผิวดูอิ่มฟูยาวนาน ไม่แห้งเป็นคราบค่ะ

KMA Dreamy Glow Cushion - KMA

2. สายแมทท์ละมุน คุมมันยาวนาน KMA Make Me Matte Cushion (12g)

สูตรนี้คือ คุชชั่นคุมมัน ที่เกิดมาเพื่อคนผิวมัน-ผิวผสม หรือคนที่ต้องการงานผิวสวยเป๊ะสตรองตลอดวัน ให้ฟินิชแบบ “Powdery Matte Finish” แมทท์เนียนนุ่มเสมือนเซ็ตแป้งพัฟเสร็จในขั้นตอนเดียว

  • นวัตกรรมและสารบำรุงจัดเต็ม: คุมมันยาวนาน 12 ชั่วโมง ด้วยเทคโนโลยี 3D Perfect Powder Blur ผสานผงแป้ง 3 ชนิด ช่วยดูดซับความมันส่วนเกิน เบลอรูขุมขนและริ้วรอยแบบ Soft Focus ผิวดูละมุน ไม่ตกร่อง ไม่ดรอป และไม่ทำให้ผิวแห้งตึงด้วย Super Hya Shield (ไฮยารูรอน 8 โมเลกุล) บำรุงผิวอิ่มฟู และมีสารสกัดเห็ดรัสเซียช่วยกระชับรูขุมขน มาพร้อมสารกันแดด SPF50 PA+++
  • เหมาะกับใคร: คนผิวมัน ผิวผสมค่อนไปทางมัน คนที่มีปัญหารูขุมขนกว้าง หรือผู้ที่ชอบงานผิวเนียนแมทท์แต่ไม่แห้งกร้าน ดูสุภาพ เรียบร้อย และเป็นธรรมชาติ
  • สถานการณ์ไหนเอาอยู่: เอาอยู่ทุกสถานการณ์สมบุกสมบัน! ไม่ว่าจะไปเรียน ไปทำงานออฟฟิศ ออกไปเดินลุยแดดข้างนอก ทำกิจกรรมกลางแจ้ง หรือวันที่มีประชุมยาวๆ ตัวนี้ล็อกผิวแน่น 12 ชั่วโมง หน้าไม่เยิ้ม ไม่หมอง และไม่ต้องง้อแป้งพัฟเพิ่มเลยค่ะ

สรุป 

เมื่อรู้แล้วว่า คุชชั่นคืออะไร และมีข้อดีอย่างไร การเลือกสูตรให้เหมาะกับสภาพผิวและสถานการณ์จึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุดค่ะ ถ้าต้องการผิวฉ่ำวาว อิ่มน้ำ ดูสุขภาพดีในวันสบายๆ หรือในห้องแอร์ เลือกสูตร Dreamy Glow แต่ถ้าต้องการงานผิวเนียนแมทท์ เบลอผิว คุมมันยาวนานท้าแดดท้ากิจกรรมตลอดวัน สูตร Make Me Matte คือคำตอบที่ใช่ที่สุด มั่นใจได้งานผิวสวยเป๊ะปังในทุกวันแน่นอน!

ไขข้อข้องใจ ฉบับสาวออฟฟิศเลือกคุชชั่นให้ปัง

Q: คุชชั่น KMA 2 รุ่นนี้ ต่างกันยังไงนะ? เลือกไม่ถูกเลย!

A: เข้าใจเลยค่ะ! จำง่ายๆ เลยคือ "Dreamy Glow" เน้นความฉ่ำโกลว์ ผิวดูอิ่มน้ำ สุขภาพดี เหมาะกับวันชิลล์ๆ หรืออยู่ในห้องแอร์ ส่วน "Make Me Matte" จะเน้นความแมทท์ละมุน คุมมันเนียนกริบเหมือนลงแป้งเสร็จในตลับเดียว เหมาะกับวันลุยๆ หรือใครที่ไม่อยากหน้ามันเยิ้มระหว่างวันค่ะ เลือกตามลุคที่อยากได้ในวันนั้นได้เลย!

Q: เป็นคนผิวผสม (เดี๋ยวหน้ามัน เดี๋ยวหน้าแห้ง) ใช้ตัวไหนดีคะ?

A: ผิวผสมแนะนำ "Make Me Matte" จะรอดกว่าค่ะ! เพราะเขามีเทคโนโลยีช่วยดูดซับความมันส่วนเกินในจุดที่มัน (เช่น ทีโซน) แต่ก็มีไฮยารูรอนเติมความชุ่มชื้นไม่ให้ผิวแห้งเป็นขุย ถ้ากลัวหน้าจะแมทท์เกินไป ให้เน้นลงคุชชั่นช่วงกลางหน้าแล้วเกลี่ยเบาๆ ออกไปด้านข้าง ผิวจะดูสวยสมดุลตลอดวันเลยค่ะ

Q: ผิวแพ้ง่าย มีสิวผด สิวอุดตัน ใช้คุชชั่น 2 ตัวนี้ได้ไหม?

A: คุชชั่นของ KMA ออกแบบมาให้มีความอ่อนโยนและมีส่วนผสมบำรุงผิวที่ดีค่ะ แต่ถ้ากังวลเรื่องสิวอุดตัน แนะนำว่าหลังแต่งหน้าในแต่ละวัน ต้องเช็ดทำความสะอาดผิวให้สะอาดหมดจดด้วยคลีนซิ่ง ทุกครั้งนะคะ และถ้าเป็นช่วงที่สิวเห่อมากๆ พักผิวให้หายก่อนจะดีที่สุด เพื่อป้องกันการสะสมของแบคทีเรียค่ะ

Q: กลัวแต่งแล้วหน้าแห้งจนเป็นคราบ จะเป็นอะไรไหมคะ?

A: หายห่วงได้เลย! ทั้ง 2 รุ่นใส่สารบำรุงมาแน่นมากค่ะ โดยเฉพาะตัว Make Me Matte ที่มีไฮยาถึง 8 โมเลกุล ช่วยกักเก็บความชุ่มชื้นไว้ใต้ผิว ทำให้ผิวดูแมทท์แต่ไม่แห้งกร้านแน่นอน แต่ถ้าอยากให้ชัวร์ ก่อนลงคุชชั่นอย่าลืมบำรุงด้วยมอยส์เจอไรเซอร์ให้ผิวชุ่มชื้นก่อนสักนิด รับรองว่าผิวสวยเนียน ไม่ตกร่องตลอดวันแน่นอนค่ะ

Q: วันไหนต้องออกไปทำงานข้างนอก เจอกันแดดแรงๆ ตัวไหนเอาอยู่กว่ากัน?

A: ถ้าต้องลุยแดดแรงๆ แนะนำ "Make Me Matte" เลยค่ะ เพราะเขาออกแบบมาให้คุมมันได้ถึง 12 ชั่วโมง หน้าไม่เยิ้มไม่หมองระหว่างวันแน่นอน ส่วน "Dreamy Glow" ก็มีกันแดด SPF 50+ PA++++ เหมือนกัน แต่ถ้าต้องลุยหนักๆ ตัวแมทท์จะช่วยล็อกผิวให้ดูเป๊ะและสะอาดตากว่า ไม่ไหลเยิ้มเพราะเหงื่อค่ะ

Q: อยากได้ผิวสวยแบบเร่งรีบ ต้องลงอะไรก่อนหรือหลังไหม?

A: ง่ายสุดๆ เลยค่ะ! หลังลงสกินแคร์และกันแดดแล้ว สามารถตบคุชชั่น KMA ได้เลย ไม่ต้องลงรองพื้นหรือแป้งเพิ่มให้หนักหน้า (ถ้าวันไหนรีบมาก ตบแค่คุชชั่นก็จบเลย!) สำหรับจุดที่มีรอยสิว ให้กดย้ำๆ เพิ่มอีกนิด ไม่ต้องใช้คอนซีลเลอร์เพิ่มให้เสียเวลา เป็นลุคที่ดูโปรและประหยัดเวลามากสำหรับสาวออฟฟิศอย่างเราค่ะ

Leave a comment