บิวตี้อัปเดต & ทริค
วิธีใช้ดินสอเขียนคิ้วมือใหม่ คิ้วสวยดุ้ง ฟุ้งธรรมชาติ ด้วย Eyebrow Fix Pencil
ต้องยอมรับเลยค่ะว่า "คิ้ว" คือมงกุฎของใบหน้าจริงๆ เพราะแค่ทรงคิ้วที่เปลี่ยนไปก็ช่วยเปลี่ยนลุคให้เราได้ในพริบตา แต่สำหรับหลายๆ คน โดยเฉพาะมือใหม่ การเขียนคิ้วอาจดูเป็นเรื่องยากจนกังวลว่าจะเขียนเข้มไป แข็งเกินไป หรือไม่เท่ากัน นี่คือเหตุผลที่ KMA Eyebrow Fix Pencil ถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์นี้โดยเฉพาะ เพราะเราเข้าใจดีว่าใครๆ ก็ปรารถนาจะมีคิ้วที่ดูสวยละมุนเป็นธรรมชาติ และต้องการความสะดวกในการใช้งานที่ง่ายเสมือนมีช่างแต่งหน้ามือโปรมาเนรมิตให้เองที่บ้าน การเลือกใช้ ดินสอเขียนคิ้วมือใหม่ ที่มีคุณภาพจะช่วยให้คุณมั่นใจในทุกลุคได้ทุกวัน หัวหยดน้ำ (Tear-Drop Tip) ดีไซน์พิเศษเพื่อการเขียนที่ง่ายขึ้น ความลับอยู่ที่รูปทรงหัวหยดน้ำที่ออกแบบมาให้วาดโครงและระบายสีได้จบในแท่งเดียว ด้านมุมแหลม: ใช้สำหรับวาดโครงคิ้วและหางคิ้วให้คมชัดแม่นยำ ด้านส่วนโค้ง: ใช้สำหรับระบายเติมเต็มช่องว่างให้ดูฟุ้งเป็นธรรมชาติ เพียงแค่วาดไปตามทิศทางขนคิ้วด้วยน้ำหนักมือเบาๆ คุณก็จะได้คิ้วที่ดูซอฟต์สวย ไม่เป็นปื้น เหมาะมากสำหรับมือใหม่ที่เพิ่งหัดเขียนคิ้วค่ะ สูตรกันน้ำ กันเหงื่อ มั่นใจได้ตลอดวัน แดดแรง เหงื่อออก หรือฝนตกก็ไม่เป็นอุปสรรคค่ะ ด้วยสูตร Water & Smudge-Proof ที่ช่วยให้คิ้วติดทนนานตลอดวัน ไม่หลุดลอก ไม่จางหายระหว่างวัน มั่นใจได้ว่าคิ้วจะยังสวยเป๊ะตั้งแต่เช้าจรดค่ำ มาพร้อมแปรงปัดในตัว เพิ่มมิติให้คิ้วดูฟู อีกด้านของแท่งดินสอมาพร้อมกับแปรงปัด (Spoolie Brush) ขนาดพอดีมือ ช่วยเกลี่ยสีให้ละมุนและจัดระเบียบขนคิ้วให้เรียงเส้นสวย เพียงแค่ปัดเบาๆ หลังเขียนเสร็จ คิ้วของคุณจะดูมีมิติ มีความละมุนและดูเป็นธรรมชาติมากขึ้นทันที บำรุงขนคิ้วด้วยวิตามินอี ไม่ใช่แค่เรื่องความสวยงามเท่านั้น แต่ยังช่วยบำรุงไปในตัวด้วยส่วนผสมของวิตามินอีที่ช่วยให้ขนคิ้วแข็งแรงและเงางาม ผสานกับ Caprylic/Capric Triglyceride ที่ช่วยให้เนื้อดินสอนุ่มลื่น เขียนง่าย ไม่สะดุด และไม่หักง่าย เฉดสี #N1 Almond – สีน้ำตาลอมเทาที่ลงตัวที่สุด สี Almond (N1) เป็นสีน้ำตาลอ่อนอมเทาที่ดูทันสมัยและเข้าได้กับทุกสีผม ไม่ว่าคุณจะมีผมสีเข้มธรรมชาติหรือผมทำสีโทนสว่าง สีนี้จะช่วยให้ลุคโดยรวมดูซอฟต์ คิ้วดูฟุ้งสวย ไม่ดุจนเกินไป สามารถแต่งได้ทุกลุคตั้งแต่ Everyday Look ไปจนถึงงานออกเดทสุดพิเศษ วิธีเขียนคิ้วสวยฟุ้งใน 3 ขั้นตอนง่ายๆ วาดโครง ใช้ด้านมุมแหลมวาดโครงคิ้วตามทรงที่ต้องการ ระบาย ใช้ด้านโค้งระบายสีเบาๆ ไปตามแนวขนคิ้ว จัดทรง ใช้แปรงอีกด้านปัดเกลี่ยให้สีดูสม่ำเสมอและขนคิ้วเรียงเส้นสวย สรุปส่งท้าย KMA Eyebrow Fix Pencil #N1 Almond คือดินสอเขียนคิ้วที่รวมทุกความต้องการไว้ในแท่งเดียว เขียนง่าย เข้าใจมือใหม่ ฟินิชลุคสวยฟุ้ง เป็นธรรมชาติ กันน้ำ กันเหงื่อ ติดทนนาน บำรุงขนคิ้วไปในตัว ให้การเขียนคิ้วในทุกเช้าเป็นเรื่องสนุกและง่ายดาย เพื่อคิ้วที่สวยสมบูรณ์แบบในทุกๆ วันค่ะ พิกัด: มีวางจำหน่ายแล้วที่ 7-ELEVEN ทุกสาขาทั่วประเทศ
กันแดดเนื้อน้ำนม สเปรย์ล็อคผิว ใช้คู่กัน ปกป้องผิวจากแดด แบบขั้นสุด
ต้องยอมรับเลยค่ะว่าแดดเมืองไทยโหดร้ายกับผิวมาก แต่ความร้อนแรงของแดดก็ทำอะไรเราไม่ได้ ถ้ามีตัวช่วยที่ถูกต้อง! สำหรับใครที่อยากรักษาผิวให้ดูโกลว์ สดใส และเมคอัพไม่ไหลเยิ้มระหว่างวัน คุณต้องลองคู่หู "กันแดดเนื้อน้ำนม" และ "สเปรย์ล็อคเมคอัพ" จาก KMA ค่ะ ถ้าได้ลองใช้คู่กันแล้วจะรู้เลยว่านี่แหละคือคำตอบที่ใช่ที่สุด กันแดดเนื้อน้ำนม (Sunscreen Milk) – บางเบาแต่ปกป้องขั้นสุด ไอเทมแรกที่ต้องมีคือ กันแดดเนื้อน้ำนมของ KMA ค่ะ เนื้อสัมผัสเขาบางเบาสบายผิวมากจนลืมไปเลยว่าทากันแดดอยู่ ที่สำคัญคือ ไม่เหนียวเหนอะหนะ ไม่ทิ้งคราบขาว และไม่ทำให้หน้าลอย เหมาะสุดๆ สำหรับการใช้ในทุกวัน ทำไมคุณถึงจะหลงรักกันแดดตัวนี้ มีค่า SPF สูง ช่วยปกป้องผิวจากทั้งรังสี UVA และ UVB ช่วยปรับผิวให้ดูเรียบเนียนขึ้น ใช้เป็นเบสก่อนแต่งหน้าได้ดีเยี่ยม สูตรไม่อุดตันรูขุมขน อ่อนโยนต่อทุกสภาพผิว หากคุณชอบแต่งหน้าลุคธรรมชาติ หรือต้องทำงานในออฟฟิศทั้งวัน กันแดดตัวนี้คือทางเลือกที่ดีที่สุด เพราะให้การปกป้องเต็มที่โดยไม่ทำให้หนักผิวค่ะ สเปรย์ล็อคเมคอัพ (Locking Spray) ผิวฉ่ำวาว เมคอัพติดทนนาน ต่อให้แต่งหน้าสวยแค่ไหน แต่ถ้าเมคอัพละลายตอนเที่ยงก็ถือว่าพังค่ะ สเปรย์ล็อคเมคอัพของ KMA จึงเป็นตัวช่วยกู้สถานการณ์ที่ดีที่สุด แค่ฉีดหลังแต่งหน้า ผิวจะดูสวยนวลเหมือนใส่ฟิลเตอร์ ให้ลุคฉ่ำวาวแบบพอดี ความปังของสเปรย์ตัวนี้ ช่วยล็อคเครื่องสำอางให้ติดทนแน่นตลอดทั้งวัน เติมความชุ่มชื้นให้ผิวโดยไม่ทิ้งความมัน ใช้ได้ทั้งก่อนและหลังแต่งหน้า หรือจะฉีดเติมความสดชื่นระหว่างวันก็ได้ นอกจากนี้ยังมีกลิ่นหอมสะอาดสดชื่น ช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายท่ามกลางอากาศร้อนๆ ได้ดีมากค่ะ เมื่อใช้คู่กัน... คือที่สุดของการกู้ผิวสวย! เพื่อให้ผิวดูเปล่งประกายในทุกสถานการณ์ แนะนำให้เริ่มวันใหม่ด้วยการลง "กันแดดเนื้อน้ำนม" เพื่อสร้างเกราะป้องกัน และปิดท้ายขั้นตอนการแต่งหน้าด้วย "สเปรย์ล็อคเมคอัพ" ค่ะ สองขั้นตอนง่ายๆ ที่จะเปลี่ยนผิวหมองคล้ำให้ดูโกลว์สุขภาพดี: กันแดดเนื้อน้ำนม = เกราะป้องกันรังสี UV ในทุกวัน สเปรย์ล็อคเมคอัพ = อาวุธลับที่ช่วยให้หน้าเนียนกริบ ไม่ไหลเยิ้ม บอกลาปัญหาเมคอัพละลาย แล้วมามีผิวสวยมั่นใจตลอดวันไปกับไอเทมคู่ใจคู่นี้กันนะคะ สรุปส่งท้าย ไม่ว่าแดดจะแรงแค่ไหน คุณเอาอยู่แน่นอนด้วยคู่หูดูโอ้จาก KMA ชุดนี้ถูกสร้างมาเพื่อผู้หญิงยุคใหม่ที่ต้องการผิวที่ดูสดใสและเมคอัพที่ทนทาน ไม่หมอง ไม่มัน ใช้ง่าย ราคาเป็นมิตร และเห็นผลจริง ถ้าคุณยังไม่เคยลอง... ต้องรีบจัดด่วนเลยค่ะ แล้วจะเข้าใจว่าทำไมใครๆ ถึงบอกว่า "ผิวสวยโกลว์แบบนี้ ต้อง KMA เท่านั้น!"
รีวิวรองพื้นกันน้ำกันเหงื่อ KMA Water Resist คุมมันนาน 12 ชม.
สำหรับใครที่ใช้ชีวิตเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นวัยเรียน วัยทำงาน สายออกกำลังกาย หรือสายแฮงเอาต์หลังเลิกงาน ปัญหาใหญ่ที่ต้องเจอคือเมคอัพละลายและหน้ามันเยิ้มระหว่างวัน รองพื้น KMA รุ่นนี้ถูกพัฒนามาเพื่อเป็นฮีโร่ช่วยกู้สถานการณ์ให้คุณโดยเฉพาะ! KMA Water Resist Liquid Foundation รองพื้นกันน้ำกันเหงื่อ มอบความมั่นใจให้คุณได้ในทุกสถานการณ์ ไม่ว่าเหงื่อจะออกแค่ไหน เมคอัพก็ยังเป๊ะตลอดวันด้วยสูตร Oil-Free ที่ให้การปกปิดระดับปานกลางไปจนถึงขั้นสุด (Medium to Full Coverage) แต่ยังคงความเบาสบายผิว ไม่รู้สึกหนักหน้า KMA Cosmetics เข้าใจปัญหานี้เป็นอย่างดี จึงได้พัฒนาสูตรพิเศษที่ตอบโจทย์ "ทุกไลฟ์สไตล์" และเป็นรองพื้นที่ใช้ได้ทุกเพศ ให้คุณมั่นใจกับลุคที่ดูดีได้ตั้งแต่เช้าจรดค่ำ ทำไม KMA Water Resist Liquid Foundation ถึงเป็นไอเทมที่ต้องมี? นี่คือเหตุผลที่ทำให้รองพื้น KMA รุ่นนี้ครองใจคนรุ่นใหม่: ที่สุดของสูตรกันน้ำกันเหงื่อ: โดดเด่นด้วยเทคโนโลยี Double Fixing Film ที่ช่วยให้เนื้อรองพื้นยึดเกาะผิวได้แน่นเป็นพิเศษ แม้ต้องเจอกับความชื้น เหงื่อ หรือน้ำ ทำให้เป็นรองพื้นกันน้ำที่แท้จริง มั่นใจได้ว่าผิวจะเรียบเนียนสวย ไม่หลุดลอกเป็นคราบ Oil-Free คุมมันตลอดวัน: สำหรับคนผิวผสมถึงผิวมัน หรือใครที่กังวลเรื่องความมันบนใบหน้า รองพื้นสูตรปราศจากน้ำมันตัวนี้ช่วยควบคุมมันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ให้ฟินิชผิวแบบแมตต์ที่สวยพอดี ไม่ดูหนาเยิ้ม เหมาะกับสภาพอากาศเมืองไทยที่สุด ปกปิดเรียบเนียนแต่ดูเป็นธรรมชาติ: เนื้อรองพื้นชนิดน้ำเกลี่ยง่ายแต่ให้การปกปิดที่เพิ่มระดับได้ตามต้องการ จุดเด่นคือความติดทนยาวนานโดยไม่หนักผิว ไม่ตกร่อง ช่วยให้ผิวดูเนียนละเอียดเหมือนผิวจริงที่ดูดีขึ้น พร้อมสู้แดดด้วย SPF 30: หมดห่วงเรื่องแสงแดดในระหว่างวัน เพราะมีสารกันแดด SPF 30 ช่วยปกป้องผิวจากรังสี UV เป็นคุณสมบัติแบบ 2-in-1 ที่ช่วยประหยัดเวลาในขั้นตอนการเตรียมผิว เทคนิคการลงรองพื้นให้ผิวเป๊ะใน 3 ขั้นตอน เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่เนียนกริบและติดทนนานที่สุด ลองใช้เทคนิคเหล่านี้ดูค่ะ 1. การเตรียมผิว: ลงสกินแคร์ตามปกติ (แนะนำให้ลง KMA Secret Poreless Skin Primer เพื่อช่วยเบลอรูขุมขนและเพิ่มความติดทนให้ดียิ่งขึ้น) 2. การลงรองพื้น: บีบรองพื้น Water Resist Liquid Foundation ในปริมาณที่เหมาะสม ใช้แปรง ฟองน้ำ หรือนิ้วมือเกลี่ยให้ทั่วใบหน้าและลำคอ เน้นย้ำในจุดที่ต้องการการปกปิดเป็นพิเศษ 3. เซตด้วยแป้งฝุ่น: เพื่อการล็อคเมคอัพให้สมบูรณ์แบบ แนะนำให้เซตผิวบางๆ ด้วย KMA Transparent Loose Powder โดยเฉพาะบริเวณ T-Zone สรุปส่งท้าย KMA Water Resist Liquid Foundation คือคำตอบสำหรับทุกคนที่มองหารองพื้นคุณภาพดีในราคามิตรภาพ ที่ตอบโจทย์เรื่องความทนทานและการคุมมันในการใช้ชีวิตประจำวันที่เร่งรีบ บอกลาปัญหาหน้าหมอง แล้วออกไปใช้ชีวิตได้อย่างมั่นใจโดยไม่ต้องกังวลเรื่องเมคอัพอีกต่อไป 🛒 Shop KMA Water Resist Liquid Foundation today: Shop Now
วิธีเลือกรองพื้นให้เหมาะกับผิว ครบทั้งโทนสีและสภาพผิว
รองพื้นคือหัวใจสำคัญของการแต่งหน้า เพราะเป็นตัวกำหนดว่าผิวของคุณจะดูเรียบเนียน สม่ำเสมอ และสดใสตลอดทั้งวันหรือไม่ การเลือกรองพื้นผิดเฉดหรือผิดประเภท ไม่เพียงแต่จะทำให้หน้าดูไม่เป็นธรรมชาติ แต่ยังนำไปสู่ปัญหาหน้าหมองระหว่างวัน หรือปัญหาผิวอย่างรูขุมขนอุดตันได้ หากคุณปรารถนา "งานผิว" ที่สวยสมบูรณ์แบบ การเข้าใจ 3 องค์ประกอบหลักเป็นสิ่งจำเป็นในเลือกรองพื้นให้เหมาะกับผิวอย่างยิ่งค่ะ 1. รู้จักสภาพผิวและเลือกฟินิช (Finish) ที่ใช่ ฟินิชคือลุคสุดท้ายของรองพื้นบนผิวหลังการทา รองพื้นที่ดีต้องทำงานส่งเสริมสภาพผิวตามธรรมชาติของคุณ ไม่ใช่ฝืนสภาพผิวค่ะ สำหรับผิวมันและผิวผสม: มักเจอปัญหาหน้าเงาระหว่างวันและเมคอัพหลุดง่าย ฟินิชที่แนะนำ: Matte (แมตต์) หรือ Soft Matte (ซอฟต์แมตต์) จุดเด่น: ช่วยดูดซับความมันและเบลอรูขุมขน ให้ผิวดูเนียนละเอียดดุจกำมะหยี่ ติดทนนานแม้เจอเหงื่อ สำหรับผิวแห้งและผิวธรรมดา: ผิวที่ขาดน้ำต้องการความชุ่มชื้นเป็นพิเศษ ฟินิชที่แนะนำ: Dewy (ดิวอี้), Glowy (โกลว์) หรือ Satin (ซาติน) จุดเด่น: มักมีส่วนผสมของสกินแคร์ ช่วยเติมน้ำให้ผิวดูอิ่มฟู มีมิติ ดูอ่อนเยาว์และสุขภาพดี ข้อควรระวังสำหรับผิวแพ้ง่าย: หากผิวเป็นสิวง่าย ควรตรวจสอบส่วนผสมอย่างละเอียด เลือกผลิตภัณฑ์ที่ระบุว่า Non-comedogenic (ไม่ก่อให้เกิดการอุดตัน) และหลีกเลี่ยงน้ำหอมหรือแอลกอฮอล์ 2. เลือกให้ตรงกับโทนผิวจริง (Undertone) นี่คือความผิดพลาดที่พบบ่อยที่สุด หลายคนเลือกสีที่สว่างกว่าผิวจริงเพราะอยากให้หน้าไบร์ท แต่ผลลัพธ์มักจะทำให้หน้าดูเทาหรือหมองเมื่อเจอแสง วิธีเช็ก Undertone ของคุณ Warm (โทนอุ่น): ผิวโทนเหลืองหรือทอง สังเกตเส้นเลือดที่ข้อมือมักมีสีเขียว Cool (โทนเย็น): ผิวโทนชมพู แดง หรือฟ้า สังเกตเส้นเลือดมักมีสีม่วงหรือน้ำเงิน Neutral (โทนธรรมชาติ): ผิวผสมระหว่างโทนเหลืองและชมพู สังเกตเส้นเลือดจะมีทั้งสีเขียวและน้ำเงินปนกัน เทคนิคการทดสอบสีรองพื้นที่ถูกต้อง ห้ามลองบนหลังมือ: เพราะสีผิวหลังมือกับใบหน้าต่างกันมาก จุดลองที่ดีที่สุด: บริเวณ แนวขากรรไกร ซึ่งเป็นจุดเชื่อมต่อระหว่างใบหน้าและลำคอ เพื่อให้สีดูเนียนไปในทิศทางเดียวกัน เฉดสีที่ใช่: คือสีที่ "หายวับ" ไปกับผิวอย่างกลมกลืนจนแทบมองไม่เห็นหลังจากเกลี่ยแล้ว รอการเซตตัว (Oxidation): รองพื้นส่วนใหญ่อาจมีสีเข้มขึ้นเล็กน้อยเมื่อทำปฏิกิริยากับน้ำมันบนผิวและอากาศ ดังนั้นควรรออย่างน้อย 1-2 นาทีเพื่อให้รองพื้นเซตตัวและแสดงสีจริงก่อนตัดสินใจซื้อค่ะ 3. เลือกระดับการปกปิด (Coverage) การปกปิดขึ้นอยู่กับโอกาสและความต้องการในการใช้งานในแต่ละวันของคุณค่ะ Light Coverage (บางเบา): เน้นลุคธรรมชาติสูงสุด ให้ความรู้สึกเบาสบายเหมือนไม่ได้ทา เหมาะสำหรับวันสบายๆ ที่ต้องการแค่ปรับสีผิวให้สม่ำเสมอ Medium Coverage (ปกปิดปานกลาง): ระดับที่ได้รับความนิยมที่สุด สามารถอำพรางรอยแดงหรือจุดบกพร่องเล็กๆ ได้ดี และสามารถทาทับเพิ่มระดับการปกปิดเฉพาะจุดได้ Full Coverage (ปกปิดขั้นสุด): อำพรางทุกจุดบกพร่องได้อย่างมิดชิด เหมาะสำหรับงานสำคัญ การถ่ายภาพ หรือวันที่ต้องการความเป๊ะเป็นพิเศษ สรุปส่งท้ายก่อนตัดสินใจซื้อ การเลือกซื้อรองพื้นไม่ใช่แค่การเลือกเครื่องสำอาง แต่คือการเลือก "ผิวที่ดีที่สุด" ให้กับตัวคุณเอง เมื่อคุณทราบสภาพผิว Undertone และระดับการปกปิดที่ต้องการแล้ว สิ่งสุดท้ายที่ควรทำคือลองผลิตภัณฑ์และสังเกตใน แสงธรรมชาติ เพื่อให้มั่นใจว่าสีจะไม่เพี้ยนเมื่อคุณก้าวออกไปใช้ชีวิตประจำวันค่ะ




