ข้ามไปที่เนื้อหา

ภาษา

เลือก รองพื้น ยังไงให้ตรงผิว 3 สิ่ง ที่มือใหม่ต้องรู้ก่อนตัดสินใจซื้อ

วิธีเลือกรองพื้นให้เหมาะกับผิว ครบทั้งโทนสีและสภาพผิว

รองพื้นคือหัวใจสำคัญของการแต่งหน้า เพราะเป็นตัวกำหนดว่าผิวของคุณจะดูเรียบเนียน สม่ำเสมอ และสดใสตลอดทั้งวันหรือไม่ การเลือกรองพื้นผิดเฉดหรือผิดประเภท ไม่เพียงแต่จะทำให้หน้าดูไม่เป็นธรรมชาติ แต่ยังนำไปสู่ปัญหาหน้าหมองระหว่างวัน หรือปัญหาผิวอย่างรูขุมขนอุดตันได้ หากคุณปรารถนา "งานผิว" ที่สวยสมบูรณ์แบบ การเข้าใจ 3 องค์ประกอบหลักเป็นสิ่งจำเป็นในเลือกรองพื้นให้เหมาะกับผิวอย่างยิ่งค่ะ 

1. รู้จักสภาพผิวและเลือกฟินิช (Finish) ที่ใช่

ฟินิชคือลุคสุดท้ายของรองพื้นบนผิวหลังการทา รองพื้นที่ดีต้องทำงานส่งเสริมสภาพผิวตามธรรมชาติของคุณ ไม่ใช่ฝืนสภาพผิวค่ะ

  • สำหรับผิวมันและผิวผสม: มักเจอปัญหาหน้าเงาระหว่างวันและเมคอัพหลุดง่าย
    • ฟินิชที่แนะนำ: Matte (แมตต์) หรือ Soft Matte (ซอฟต์แมตต์)
    • จุดเด่น: ช่วยดูดซับความมันและเบลอรูขุมขน ให้ผิวดูเนียนละเอียดดุจกำมะหยี่ ติดทนนานแม้เจอเหงื่อ
  • สำหรับผิวแห้งและผิวธรรมดา: ผิวที่ขาดน้ำต้องการความชุ่มชื้นเป็นพิเศษ
    • ฟินิชที่แนะนำ: Dewy (ดิวอี้), Glowy (โกลว์) หรือ Satin (ซาติน)
    • จุดเด่น: มักมีส่วนผสมของสกินแคร์ ช่วยเติมน้ำให้ผิวดูอิ่มฟู มีมิติ ดูอ่อนเยาว์และสุขภาพดี
  • ข้อควรระวังสำหรับผิวแพ้ง่าย: หากผิวเป็นสิวง่าย ควรตรวจสอบส่วนผสมอย่างละเอียด เลือกผลิตภัณฑ์ที่ระบุว่า Non-comedogenic (ไม่ก่อให้เกิดการอุดตัน) และหลีกเลี่ยงน้ำหอมหรือแอลกอฮอล์

2. เลือกให้ตรงกับโทนผิวจริง (Undertone)

นี่คือความผิดพลาดที่พบบ่อยที่สุด หลายคนเลือกสีที่สว่างกว่าผิวจริงเพราะอยากให้หน้าไบร์ท แต่ผลลัพธ์มักจะทำให้หน้าดูเทาหรือหมองเมื่อเจอแสง

วิธีเช็ก Undertone ของคุณ

  • Warm (โทนอุ่น): ผิวโทนเหลืองหรือทอง สังเกตเส้นเลือดที่ข้อมือมักมีสีเขียว
  • Cool (โทนเย็น): ผิวโทนชมพู แดง หรือฟ้า สังเกตเส้นเลือดมักมีสีม่วงหรือน้ำเงิน
  • Neutral (โทนธรรมชาติ): ผิวผสมระหว่างโทนเหลืองและชมพู สังเกตเส้นเลือดจะมีทั้งสีเขียวและน้ำเงินปนกัน

เทคนิคการทดสอบสีรองพื้นที่ถูกต้อง

  • ห้ามลองบนหลังมือ: เพราะสีผิวหลังมือกับใบหน้าต่างกันมาก
  • จุดลองที่ดีที่สุด: บริเวณ แนวขากรรไกร ซึ่งเป็นจุดเชื่อมต่อระหว่างใบหน้าและลำคอ เพื่อให้สีดูเนียนไปในทิศทางเดียวกัน
  • เฉดสีที่ใช่: คือสีที่ "หายวับ" ไปกับผิวอย่างกลมกลืนจนแทบมองไม่เห็นหลังจากเกลี่ยแล้ว
  • รอการเซตตัว (Oxidation): รองพื้นส่วนใหญ่อาจมีสีเข้มขึ้นเล็กน้อยเมื่อทำปฏิกิริยากับน้ำมันบนผิวและอากาศ ดังนั้นควรรออย่างน้อย 1-2 นาทีเพื่อให้รองพื้นเซตตัวและแสดงสีจริงก่อนตัดสินใจซื้อค่ะ

3. เลือกระดับการปกปิด (Coverage)

การปกปิดขึ้นอยู่กับโอกาสและความต้องการในการใช้งานในแต่ละวันของคุณค่ะ

  • Light Coverage (บางเบา): เน้นลุคธรรมชาติสูงสุด ให้ความรู้สึกเบาสบายเหมือนไม่ได้ทา เหมาะสำหรับวันสบายๆ ที่ต้องการแค่ปรับสีผิวให้สม่ำเสมอ
  • Medium Coverage (ปกปิดปานกลาง): ระดับที่ได้รับความนิยมที่สุด สามารถอำพรางรอยแดงหรือจุดบกพร่องเล็กๆ ได้ดี และสามารถทาทับเพิ่มระดับการปกปิดเฉพาะจุดได้
  • Full Coverage (ปกปิดขั้นสุด): อำพรางทุกจุดบกพร่องได้อย่างมิดชิด เหมาะสำหรับงานสำคัญ การถ่ายภาพ หรือวันที่ต้องการความเป๊ะเป็นพิเศษ

สรุปส่งท้ายก่อนตัดสินใจซื้อ

การเลือกซื้อรองพื้นไม่ใช่แค่การเลือกเครื่องสำอาง แต่คือการเลือก "ผิวที่ดีที่สุด" ให้กับตัวคุณเอง เมื่อคุณทราบสภาพผิว Undertone และระดับการปกปิดที่ต้องการแล้ว สิ่งสุดท้ายที่ควรทำคือลองผลิตภัณฑ์และสังเกตใน แสงธรรมชาติ เพื่อให้มั่นใจว่าสีจะไม่เพี้ยนเมื่อคุณก้าวออกไปใช้ชีวิตประจำวันค่ะ

ส่งข้อความถึงเรา