ข้ามไปที่เนื้อหา
ค้นหาสาขา ติดตามพัสดุ

ภาษา

วิธีเลือกรองพื้นให้เข้ากับผิว! เช็ก Undertone ยังไงไม่ให้หน้าลอย

วิธีเลือกรองพื้นให้เข้ากับผิว! เช็ก Undertone ยังไงไม่ให้หน้าลอย

การเลือกรองพื้นให้เหมาะกับผิวไม่ได้ดูเพียงว่าผิวขาวหรือผิวเข้ม แต่ต้องพิจารณาทั้ง ระดับสีผิว Undertone และลักษณะของเนื้อรองพื้น ควบคู่กันค่ะ

หากเลือกเฉดสว่างเกินไป ใบหน้าอาจดูลอยกว่าลำคอ แต่ถ้าเลือก Undertone ไม่ตรงกับผิว รองพื้นก็อาจทำให้ใบหน้าดูอมเทา อมเหลือง หรือหมองกว่าปกติได้

บทความนี้สรุปวิธีเลือกรองพื้นแบบเข้าใจง่าย เพื่อช่วยให้สีรองพื้นดูกลืนกับใบหน้าและลำคอมากที่สุดค่ะ


วิธีเลือกรองพื้นแบบรวดเร็ว

สามารถเริ่มเลือกจาก 4 ขั้นตอนนี้ค่ะ

  1. ดูระดับสีผิวว่าเป็นผิวขาว ผิวกลาง ผิวสองสี หรือผิวเข้ม
  2. เช็ก Undertone ว่าเป็น Cool, Warm หรือ Neutral
  3. เลือกรองพื้น 2–3 เฉดที่ใกล้กับผิว
  4. ทดลองบริเวณกรามและเลือกสีที่กลืนกับลำคอมากที่สุด

รองพื้นที่เหมาะไม่จำเป็นต้องทำให้ใบหน้าดูขาวขึ้น แต่ควรทำให้สีผิวบริเวณใบหน้า กราม และลำคอดูต่อเนื่องเป็นธรรมชาติค่ะ


Skin Tone และ Undertone ต่างกันอย่างไร

หลายคนเลือกสีรองพื้นจากความขาวหรือความเข้มของผิวเพียงอย่างเดียว แต่ระดับสีผิวกับ Undertone เป็นคนละส่วนกันค่ะ

หัวข้อ ความหมาย ตัวอย่าง
Skin Tone ระดับความสว่างหรือความเข้มของผิวที่มองเห็นได้ ผิวขาว ผิวกลาง ผิวสองสี ผิวเข้ม
Undertone โทนสีที่อยู่ใต้ผิว Cool, Warm, Neutral

Skin Tone สามารถเปลี่ยนแปลงได้จากแสงแดดหรือสภาพผิวในแต่ละช่วงเวลา ขณะที่ Undertone มักเปลี่ยนแปลงน้อยกว่า

ดังนั้น คนที่มีระดับสีผิวใกล้กันจึงอาจเหมาะกับรองพื้นคนละโทนค่ะ


Undertone มีกี่แบบ

โดยทั่วไป Undertone แบ่งออกเป็น 3 กลุ่มหลัก

Cool Undertone

ผิวอาจมีโทนชมพู แดง หรืออมฟ้า สามารถเริ่มทดลองรองพื้นที่มีรหัสหรือคำอธิบายว่า Cool หรือ C

Warm Undertone

ผิวอาจมีโทนเหลือง ทอง หรือพีช สามารถเริ่มทดลองรองพื้นที่มีรหัส Warm หรือ W

Neutral Undertone

ผิวมีโทนชมพูและเหลืองใกล้เคียงกัน สามารถเริ่มทดลองรองพื้นที่มีรหัส Neutral หรือ N

การแบ่งกลุ่มนี้เป็นเพียงแนวทางเบื้องต้น เพราะสีผิวของแต่ละคนอาจไม่ได้อยู่ในกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งอย่างชัดเจนค่ะ


วิธีเช็ก Undertone ของตัวเอง

ไม่มีวิธีใดที่แม่นยำสำหรับทุกคน จึงควรใช้หลายวิธีประกอบกัน และยืนยันด้วยการทดลองรองพื้นบนผิวจริงค่ะ

1. ดูเส้นเลือดบริเวณข้อมือ

ลองสังเกตในแสงธรรมชาติ

  • เส้นเลือดดูเป็นสีน้ำเงินหรือม่วง อาจเป็น Cool Undertone
  • เส้นเลือดดูเป็นสีเขียว อาจเป็น Warm Undertone
  • เห็นทั้งสีน้ำเงินและเขียว หรือแยกได้ไม่ชัด อาจเป็น Neutral Undertone

สีเส้นเลือดอาจได้รับผลจากแสง สีผิว และความชัดของเส้นเลือด จึงไม่ควรใช้วิธีนี้เพียงอย่างเดียวค่ะ

2. เปรียบเทียบเครื่องประดับ

ลองนำเครื่องประดับสีเงินและสีทองมาเทียบกับผิว

  • หากสีเงินช่วยให้ผิวดูสดใสกว่า อาจโน้มไปทาง Cool
  • หากสีทองดูกลมกลืนกว่า อาจโน้มไปทาง Warm
  • หากใส่ได้ดีกับทั้งสองสี อาจเป็น Neutral

3. ดูสีผิวบริเวณคอและหน้าอก

ไม่ควรดูเฉพาะสีบนใบหน้า เพราะรอยแดง ความหมอง หรือผลิตภัณฑ์บำรุงผิวอาจทำให้สีบนใบหน้าแตกต่างจากสีผิวจริง

การเปรียบเทียบบริเวณกราม คอ และหน้าอกจะช่วยให้เห็นโทนสีโดยรวมชัดขึ้นค่ะ


รหัส C, W และ N บนรองพื้นหมายถึงอะไร

รองพื้นหลายรุ่นใช้ตัวอักษรเพื่อช่วยบอก Undertone ของแต่ละเฉด

รหัส ความหมาย แนวทางเลือก
C Cool ผิวที่มีโทนชมพูหรือแดง
W Warm ผิวที่มีโทนเหลือง ทอง หรือพีช
N Neutral ผิวที่มีโทนชมพูและเหลืองใกล้เคียงกัน

ส่วนตัวเลขมักใช้บอกระดับความสว่างหรือความเข้มของเฉด แต่ระบบการตั้งชื่ออาจแตกต่างกันในแต่ละแบรนด์และแต่ละรุ่น จึงควรดูคำอธิบายเฉดของผลิตภัณฑ์ประกอบด้วยค่ะ


ทำไมควรทดลองรองพื้นบริเวณกราม

บริเวณกรามเป็นจุดเชื่อมระหว่างใบหน้าและลำคอ จึงช่วยให้เห็นได้ชัดว่าสีรองพื้นกลืนกับทั้งสองบริเวณหรือไม่

การทดลองจากหลังมืออาจทำให้เลือกสีคลาดเคลื่อนได้ เพราะมือและใบหน้าอาจมีระดับสีผิวต่างกันจากการสัมผัสแสงแดดและการดูแลผิวค่ะ

วิธีทดลองสีรองพื้น

  1. เลือกรองพื้น 2–3 เฉดที่ใกล้กับสีผิว
  2. ปาดแต่ละเฉดเป็นแนวสั้น ๆ บริเวณกราม
  3. เกลี่ยขอบเล็กน้อยเพื่อดูการกลืนกับผิว
  4. รอให้รองพื้นเซตตัว
  5. ตรวจดูภายใต้แสงธรรมชาติ
  6. เลือกเฉดที่กลืนกับลำคอมากที่สุด

สีที่เหมาะควรดูกลืนไปกับผิว ไม่เห็นเป็นแถบขาวหรือเข้มกว่าบริเวณรอบข้างอย่างชัดเจนค่ะ


ต้องรอให้รองพื้นเซตตัวก่อนเลือกสีไหม

ควรรอค่ะ เพราะสีรองพื้นหลังทาใหม่อาจแตกต่างจากสีหลังผลิตภัณฑ์เซตตัวบนผิว

ระหว่างทดลองควรสังเกตว่า

  • สีเข้มขึ้นหรือไม่
  • ผิวดูเหลืองหรือชมพูขึ้นหรือไม่
  • สีบริเวณกรามยังกลืนกับลำคอหรือไม่
  • เมื่อดูในแสงธรรมชาติ สีแตกต่างจากแสงภายในอาคารหรือไม่

จึงไม่ควรตัดสินใจเลือกสีทันทีหลังปาดรองพื้นค่ะ


ถ้าอยู่ระหว่างสองเฉดควรเลือกสีไหน

ให้เลือกเฉดที่กลืนกับลำคอมากที่สุดเป็นหลักค่ะ

หากเฉดหนึ่งสว่างกว่าเล็กน้อยและอีกเฉดเข้มกว่าเล็กน้อย สามารถพิจารณาจากลุคที่ต้องการได้ดังนี้

เลือกเฉดที่เข้มกว่าเล็กน้อย เมื่อ

  • ใบหน้าสว่างกว่าลำคอ
  • กังวลเรื่องหน้าลอย
  • ต้องการลุคที่ดูเป็นธรรมชาติ
  • สีผิวมีโอกาสเข้มขึ้นจากการโดนแดด

เลือกเฉดที่สว่างกว่าเล็กน้อย เมื่อ

  • เฉดนั้นยังกลืนกับลำคอ
  • ไม่ทำให้ผิวดูเทาหรืออมชมพูเกินไป
  • ต้องการเพิ่มความสว่างเพียงเล็กน้อย

ไม่ควรเลือกสีที่สว่างกว่าผิวมากเพื่อหวังให้หน้าดูขาว เพราะอาจทำให้ใบหน้าดูลอยและแตกต่างจากลำคอค่ะ


จำเป็นต้องซื้อรองพื้นสองสีมาผสมหรือไม่

ไม่จำเป็นสำหรับทุกคนค่ะ หากสามารถหาเฉดที่กลืนกับผิวได้ดี การใช้รองพื้นเพียงเฉดเดียวก็เพียงพอแล้ว

การผสมสองเฉดเหมาะกับผู้ที่

  • สีผิวเปลี่ยนระหว่างช่วงที่โดนแดดมากและน้อย
  • มีสีผิวอยู่ระหว่างสองเฉด
  • มีรองพื้นเดิมที่สว่างหรือเข้มกว่าผิวเล็กน้อย

หากต้องการผสม ควรใช้รองพื้นจากรุ่นเดียวกันหรือมีเนื้อสัมผัสใกล้เคียงกัน เพื่อให้ฟินิชและการเซตตัวสม่ำเสมอค่ะ


เลือกเนื้อรองพื้นให้เหมาะกับสภาพผิว

นอกจากสีแล้ว เนื้อสัมผัสและฟินิชของรองพื้นก็มีผลต่อความเรียบเนียนและความติดทนค่ะ

ผิวมัน

สามารถมองหารองพื้นที่ช่วยควบคุมความมัน ให้ฟินิชแมทท์หรือกึ่งแมทท์ และเหมาะกับการใช้งานในสภาพอากาศร้อนชื้น

ควรลงรองพื้นบาง ๆ และเซตแป้งเฉพาะบริเวณที่มันง่าย เช่น หน้าผาก จมูก และคาง

ผิวแห้ง

ควรเตรียมผิวให้มีความชุ่มชื้น และเลือกรองพื้นที่เกลี่ยง่าย ไม่ทำให้ผิวดูแห้งหรือตกร่องมากขึ้น

หลีกเลี่ยงการลงรองพื้นและแป้งหนาหลายชั้นค่ะ

ผิวผสม

สามารถเลือกสูตรกึ่งแมทท์หรือสูตรที่ให้ความสมดุลระหว่างความเรียบเนียนกับความสบายผิว

จากนั้นควบคุมความมันเฉพาะบริเวณ T-Zone และเติมความชุ่มชื้นบริเวณที่แห้งค่ะ

ผิวที่ระคายเคืองง่าย

ควรตรวจสอบรายชื่อส่วนผสมและคำแนะนำบนฉลากก่อนใช้ หากมีประวัติแพ้ส่วนผสมบางชนิด ควรหลีกเลี่ยงส่วนผสมนั้น และทดลองผลิตภัณฑ์ในบริเวณเล็ก ๆ ก่อนใช้ทั่วใบหน้าค่ะ


ข้อผิดพลาดที่ทำให้รองพื้นดูหน้าลอยหรือหน้าหมอง

ปัญหาอาจเกิดจากหลายปัจจัยร่วมกัน ได้แก่

  • เลือกสีสว่างหรือเข้มกว่าผิวมากเกินไป
  • เลือก Undertone ไม่ตรงกับผิว
  • ทดลองสีจากหลังมือเพียงอย่างเดียว
  • ไม่เปรียบเทียบสีกับลำคอ
  • เลือกสีในแสงที่มีโทนเหลืองหรือมืดเกินไป
  • ไม่รอให้รองพื้นเซตตัวก่อนตัดสินใจ
  • ลงรองพื้นหนาเกินไป
  • ใช้แป้งที่มีสีสว่างกว่ารองพื้นมากเกินไป

การทดลองที่กรามและดูผลในแสงธรรมชาติจะช่วยลดโอกาสเลือกสีผิดได้ค่ะ


คำถามที่พบบ่อย

Q: ทำไมใช้รองพื้นแล้วหน้าดูเทา

A: อาจเกิดจากการเลือกรองพื้นที่สว่างเกินไป หรือ Undertone ของรองพื้นไม่กลืนกับผิว ควรทดลองเฉดที่เข้มขึ้นเล็กน้อย หรือเปรียบเทียบระหว่างโทน Warm, Neutral และ Cool บริเวณกรามค่ะ

Q: ทดลองรองพื้นที่หลังมือได้ไหม

A: ใช้เปรียบเทียบเนื้อสัมผัสได้ แต่ไม่เหมาะสำหรับตัดสินใจเรื่องสี เพราะสีผิวบริเวณมืออาจต่างจากใบหน้าและลำคอ ควรทดลองบริเวณกรามค่ะ

Q: หากใบหน้ากับลำคอคนละสีควรเลือกให้ตรงกับส่วนไหน

A: ควรเลือกสีที่ช่วยเชื่อมใบหน้าและลำคอให้ดูกลมกลืน โดยทดลองบริเวณกรามและพิจารณาสีของลำคอร่วมด้วยค่ะ

Q: สีผิวเปลี่ยนหลังโดนแดด ต้องเปลี่ยนรองพื้นไหม

A: หากสีผิวแตกต่างจากเดิมมาก อาจต้องทดลองเฉดใหม่ หรือผสมรองพื้นเดิมกับเฉดที่เข้มหรือสว่างกว่าเล็กน้อย โดยควรตรวจสอบสีที่กรามก่อนใช้ทั่วใบหน้าค่ะ


สรุปวิธีเลือกรองพื้นให้เข้ากับผิว

การเลือกรองพื้นที่เหมาะควรดูทั้งระดับสีผิว Undertone และเนื้อสัมผัสของผลิตภัณฑ์ ไม่ควรเลือกจากความขาวหรือภาพสีบนหน้าจอเพียงอย่างเดียว

ขั้นตอนสำคัญที่สุดคือทดลอง 2–3 เฉดบริเวณกราม รอให้รองพื้นเซตตัว และเลือกสีที่กลืนกับลำคอมากที่สุด เพราะรองพื้นที่เหมาะไม่จำเป็นต้องทำให้ผิวดูขาวขึ้น แต่ควรช่วยให้งานผิวดูเรียบเนียนและเป็นธรรมชาติค่ะ

ทิ้งข้อความไว้